Posted by admin on Aug 26, 2009 in
News ,
Review
HungryToday ภูมิใจเสนอ Hungry Guide คู่มือนักกิน
เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบเรื่องการกินทั้งหลาย ทางทีมงานจึงได้ทำ Hungry Guide : คู่มือนักกิน ที่จะรวบรวมของกินเมนูใหม่ๆ ของแต่ละสัปดาห์ จากหลายๆ ร้าน ที่เราตามไปรีวิวมาให้ดูเป็นตัวอย่าง เอาไว้เป็นไกต์ให้เพื่อนๆ ได้ตามไปชิม ไปกิน กันได้อย่างจุใจ พร้อมกับข่าวสารจากร้านต่างๆ มากมายมาอัพเดทกันถึงที่
มี HungryGuide พกติดตัว ติดกระเป๋าไว้ อุ่นใจไม่ตกเทรนเรื่องอาหารการกินแน่นอนคร๊าบบบ ^^
Hungry Guide by HungryToday:
ต้อนรับ Hungry Guide ฉบับปฐมฤกษ์ด้วยเมนูใหม่จากร้าน Auntie Anne’s ที่แขกรับเชิญทั้ง 2 คน และตัวผมเอง ลงมติกันอย่างเป็นเอกฉันท์แล้วว่า ต้องลอง!
ติดตามรายละเอียดรีวิวแบบเจาะลึกกันได้ในเว็บไซต์เหมือนเดิมนะคับพี่น้อง
.
.
Tags: food , hungryguide , hungrytoday
Posted by admin on Feb 17, 2009 in
Review ,
อิ่มแบบมาตรฐาน
The Pizza Company มีของใหม่ออกมาอีกแล้ว กับ Pizza World Sausage
Hungry Today จึงไม่รอช้าขอพาไปเร้าใจกับความอร่อยระดับโลก กับไส้กรอก 4 รส 4 ชาติ ตามคำโฆษณาซะหน่อย
ว่าแล้วก็ไม่รอช้า จัดมาพิสูจน์กัน 1 ชุด กับ Pizza World Sausage
โฉมหน้าของพิซซ่าหน้าใส้กรอก
Pizza World Sausage ถาดใหญ่ + ปีกไก่บาร์บีคิว + แป๊ปซี่ 1 ขวด
มากัน 4 รส 4 ชาติเลยครับ
น่ากินเหมือนกันนะเนี่ย ^^
ลองมาพิสูจน์รสชาติของแต่ล่ะอย่างกันดีกว่าครับ
อันนี้กินแล้วรู้สึกจะมันๆ ครับ เป็นใส้กรอกที่มีมันหมูผสมอยู่เยอะหน่อย มีกลิ่นหอมๆ ของเครื่องเทศด้วย
อันนี้เคี้ยวแล้วหนึบๆ ครับ มีหมูเป็นก้อนๆ อยู่ด้วยด้วย
อันนี้รสชาติเหมือน สโม๊คกี้ ไบท์ ที่ขายใน 7-11 เลยอ่ะครับ เหอๆ
เจ้านี้รสชาติเหมือนใส้กรอกรมควันทั่วไปครับ เนื้อแน่นดี หอมมันอร่อยครับ
พอลองชิมแต่ละอันแล้วอร่อยดีนะครับ แต่ละแบบก็มีรสชาติต่างกันไป แต่ว่าพอกินแบบรวมๆ ในหน้าพิซซ่าแล้ว ผิดหวังเลยครับ เพราะแทบจะไม่รู้สึกถึงรสชาติของใส้กรอกเลยอ่ะ (กินไปเจอแต่ชีสกับหอมใหญ่ครับ เหอๆ - -”) อาจจะเพราะเจ้าใส้กรอกนี่มันชิ้นเล็ก เวลาเคี้ยวแล้วมันเลยไม่ค่อยเจอแบบเต็ม เลยทำให้เสีรสชาติไปเลยอ่ะครับ
ค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้ประกอบไปด้วย : World Sausage Set 299 บาท
- Pizza World Sausage 1 ถาด
- ปีกไก่บาร์บีคิว 4 ชิ้น
- แป๊ปซี่ 500 มิลลิลิตร 1 ขวด
เปลี่ยนพิซซ่าจากถาดกลางเป็น ถาดใหญ่ เพิ่มเงิน 120 บาท รวมแล้วมื้อนี้จ่ายไป 419 บาท ครับ
เมนู : Pizza World Sausage
ร้าน : The Pizza Company
Rating :
รสชาติ :
ไม่รู้สึกถึงรสชาติของใส้กรอกเลยครับ เพราะมันชิ้นเล็กและน้อยไปหน่อย กินเข้าไปแล้วเจอแต่ส่วนประกอบอื่นๆ ครับ
บริการ :
ส่งรวดเร็วทันใจเหมือนเดิมครับ
ความแปลกใหม่ :
ก็ยังถือว่าธรรมดาๆ ครับ กับหน้าใส้กรอก 4 รส 4 ชาตินี้
Tags: pizza , sausage , พิซซ่า , ใส้กรอก
Posted by admin on Feb 16, 2009 in
Review ,
อิ่มแบบประหยัด
วันนี้ Hungry Today ขอพาฉลองเทศกาล Valentine ในวันแห่งความรักกันด้วย “โดนัทสื่อรัก” จากร้าน Daddy Dough ร้านโดนัททางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบโดนัทโดยเฉพาะ
ทางร้าน Daddy Dough เค้าจัดโปรโมชั่นต้อนรับ Valentine ชื่อว่า Daddy Dough In Love กับโดนัทรูปหัวใจ 6 รสชาติ ด้วยกัน
เมื่อมีของใหม่มาเราก็ไม่รอช้าของตามไปพิสูจน์กันหน่อย
หน้าตาน่ารักน่ากินทีเดียวเชียว บางอันแต่งหน้าออกมาเหมือนการทำพวก Latte Art (ศิลปะบนฟองนม) เลยครับ สวยดี
อันนี้ชื่อ Cappuccino
Strawberry Fancy with Sprnnkies
Doubble Choc
Contrasto
White Choc Bun
Espresso
แป้งหนานุ่ม
สำหรับโดนัทของ Daddy Dough นี้ขอบอกเลยว่าประทับใจครับ น่าตาสวยงาม ตัวแป้งโดนัทนี่อย่างนุ่มเลยครับ แต่ละหน้านั้นตัวแป้งก็จะมีกลิ่นและรสแตกต่างกันครับ อันที่เป็นหน้าช๊อคโกแลตก็จะได้กลิ่นของช๊อคโกแลตที่อยู่ในตัวโดนิทด้วยครับ
ค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้ประกอบไปด้วย :
ชุด Daddy Dough นี้ราคา 109 บาทครับ มีโดนัท 6 ชิ้น (สามารถเลือกเปลี่ยนเป็นรสชาติอะไรก็ได้ครับ)
เมนู : Daddy Dough In Love
ร้าน : Daddy Dough
Rating :
รสชาติ :
ตัวแป้งโดนัทนุ่มมากครับ อร่อยนุ่มลิ้นเลยล่ะครับ
บริการ :
บริการรวดเร็วทันใจดีครับ ถึงเราจะไม่ได้เลือกหยิบโดนัทด้วยตัวเอง แต่ก็สามารถบอกพนักงานได้เลยครับว่าจะเอาชิ้นไหน หยิบมาแล้วไม่พอใจสามารถเปลี่ยนได้ครับ
ความแปลกใหม่ :
ขอให้คะแนนกับไอเดียการทำเป็นรูปหัวใจ และการแต่งหน้าโดนัทที่เหมือนการทำ Latte Art ครับ
Tags: daddy dough , donut
Posted by admin on Feb 12, 2009 in
Review ,
อิ่มแบบประหยัด
ช่วงนี้เทรนเกาหลี K-Pop ในบ้านเรายังมาแรงชนิดที่ฉุดยังไงก็ไม่อยู่เลยครับ เมื่อช่วงอาทิตยฺที่ผ่านมาก็เพิ่งมีคอนเสิร์ตจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลีชื่อว่า SMTOWN LIVE IN BANGKOK ที่โดนโรคเลื่อนเพราะเหตูความไม่สงบางการเมือง แต่ก็จัดขึ้นได้ในที่สุด และอีก 1 คอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันที่จะจัดขึ้นในเร็วๆ นี้คือ คอนเสิร์ตของ 5 สาวมหัศจรรย์ Wonder Girl ที่จะมีขึ้นในเดือนมีนาคมนี้
แต่วันนี้ Hungry Today ขอสวนกระแสเอาใจชาว J-Pop กันบ้าง เราจะพาไปพิสูจน์ ความอร่อยใหม่แบบกรุบๆ ส่งตรงจากฮาราจุกุ กับ SAKU SAKU ของ Mister Donut
TVC Mister Donut Saku Saku
ตอนนี้มีรสชาติใหม่เพิ่มมาอีก 2 รส คือ รสชาเขียว และ รสชีส
ได้มา 1 กล่อง ^^
ดูแล้วไม่เหมือนของกินเลยแฮะ - -’
อันนี้รสชาเขียวครับ สีเขียวได้ใจจริงๆ แต่สีมันไม่ชวนให้น่ากินเท่าไหร่เลยอ่ะ(สีมันจะเหมือนกับชาเขียวแท้ๆ ของญี่ปุ่น ที่เค้านั่งชงกันนานๆ อ่ะครับ) มีใบชาป่นโรยมาด้วยพอสวยงามครับ กลิ่นหอมใช้ได้เลยล่ะ ส่วนเรื่องรสชาตินี่เหมือนกินชาเขียวเลย (อ้าวก็มันเป็นชาเขียวนี่เฟ้ย! - -’ ) ไม่ได้กวนนะครับ มันเหมือนจริงๆ ได้รสชาติของชาเขียวจริงๆ ครับ กินไปกินมานึกถึงไอติมรสชาเขียวเลยครับ
อันนี้เป็นรสชีสครับ กลิ่นยั่วยวนมากๆ เลย หน้าตาก็ดูไม่ค่อยเท่าไหร่ครับ แต่รสชาตินี่สุดจะเอ่ยจริงๆ อร่อยแบบสองเท่า เหมือนได้กินพิซซ่า กับ โดนัท พร้อมๆ กัน^^ ทั้งกลิ่นและรสชาติชวนให้นึกถึงพิซซ่าดีจริงๆ เลยครับ แต่เสียอย่างเดียวตรงที่ชีสมันแปะมาน้อยไปหนอย ส่วนตัวแล้วผมว่ารสชีสเนี่ยอร่อยที่สุดแล้วในบรรดา Saku ทั้งหมด
อันนี้แบบเคลือบน้ำตาลธรรมดาครับ บอกได้ตำเดียวว่า หวาน หวานอย่างเดียวเลยครับ - -’
ค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้ประกอบไปด้วย :
- ซากุ ซากุ ชาเขียว 19 .-
- ซากุ ซากุ รสชีส 19 .-
- ซากุ ซากุ เคลือบน้ำตาล 19 .-
รวมทั้งหมด 57 บาท ครับ ราคาเบาๆ อิ่มแบบเบาๆ ครับ ใครอยากจะอินเทรนสไตล์ญี่ปุ่นก็ลองซื้อมากินกันดูนะคร๊าบบบ
เมนู : SAKU SAKU
ร้าน : Mister Donut
Rating :
รสชาติ :
ขอเทคะแนนให้รสชีสเลยครับ หอมชีส เค็มๆ มันๆ กรุบๆ อร่อยประทับใจจริงๆ ส่วนรสชาเขียวก็ไม่ถึงกับขี้เหร่ครับ อร่อยแบบชาเขี๊ยว ชาเขียว
บริการ :
พนักงานน่ารักดีครับ ถึงคนจะเยอะก็ยังยิ้มแย้มกันดี ถึงจะรอจ่ายตังค์นานก็ไม่หงุดหงิดครับ^^
ความแปลกใหม่ :
ก็ไม่ค่อยแปลกเท่าไหร่ครับ สำหรับชีสและชาเขียว เพราะถือว่าเป็นรชาติหลักที่นิยมนำมาทำเป็นขนมกันอยู่แล้ว
Tags: donut , mister donut
Posted by admin on Feb 12, 2009 in
Review ,
อิ่มแบบมาตรฐาน
ช่วงนี้ครึ้มอกครึ้มใจเกิดอยากจะรักษาสุขภาพขึ้นมา แต่ก็ยังไม่ลดละเลิกเรื่องการกิน เลยคิดว่ามื้อนี้คงต้องพึ่งอาหารญี่ปุ่นน่าจะเป็นการดี และที่สำคัญคือตอนนี้ โป่รโมชั่นประจำฤดูหนาวของ Oishi : หลากเมนูแห่งเหมันต์
ยังไม่ได้ไปลองชิมเลยซักที วันนี้โอกาสเหมาะเพราะได้บัตรฟรีมาจากญาติถึง 2 ใบด้วยกัน เลยรวมตัวกับพลพรรคคนรักการกินอีก 2 ท่านมุ่งหน้าไป โออิชิ เอ็กเพรส ที่ ซีคอนสแควร์ทันที
เป้าหมายอย่างแรกของเราคือเจ้า “ฮามาจิ ซาชิมิ” นี่เลยครับ จัดมา 3 ชิ้นเล็กๆ พองาม รสชาติคล้ายๆ ปลาแซลมอนเลย แต่จะหวานอร่อยกว่า ใส่เข้าปากแล้วเหมือนจะละลายหายไปเลย (หรือเพราะชิ้นมันเล็กหว่า เหอๆ - -‘) เนื้อปลาก็สดใช้ได้ครับ มีสาหร่ายแดงๆ อยู่ในถ้วยด้วยอร่อยดีครับ
ตั้งใจจะกินให้เต็มที่ซะหน่อย แต่ว่ามันมีน้อยอ่ะครับ แป๊ปเดียวก็หมดแล้ว แล้วก็ไม่ค่อยเติมครับ ใครจะไปกินขอแนะนำให้ใช้ยุทธวิธีแบบกองโจรครับ คือหยิบทีเดียว เพราะถ้าคิดจะไปหยิบรอบสองนี่ผมว่าอดแน่ๆ
อย่างต่อมาคือ “ข้าวหน้าปลาไหล” หรือจะเรียกว่าข้าวหน้าวิญญาณปลาไหลดี เพราะดูจากปริมาณของข้าวกับปลาไหลที่ให้มาแล้วมันช่างต่างกันเสียเหลือเกิน แต่ปลาไหลนี่รสชาติโอเคเลยครับ เนื้อจะนิ่มๆ ไม่แข็ง ส่วนที่ช่วยเพิ่มความอร่อยคือ ซอสหวานๆ ที่ราดมาบนปลาครับ อร่อยสุดๆ กินแล้วเหมือนจะแปลงร่างเป็นปลาไหลพรื๊ดๆ (ปรกติก็ลื่นเหมือนปลาไหลอยู่แล้วนี่เรา แหะๆ ^^) แต่อันนี้ไม่กล้าหยิบมากินเยอะเพราะว่าข้าวมันเยอะเดี๋ยวจะอิ่มซะก่อน ^^
อีกอันเป็น ”นักเก็ตปลา” อันนี้ธรรมดาๆ ผมว่ารสชาตไม่ต่างกับพวก นักเก็ตที่ KFC หรือ McDonald เท่าไหร่ครับ ต่างกันนิดหน่อยก็ตรงที่มันจะนิ่มๆ กว่า เพราะว่าเป็นปลา
มาถึงของหวานกันบ้างครับ เป็น “โมจิไอซ์” หรือว่าโมจิเย็น ทานแล้วมันเย็นๆ สมชื่อเลย ฮ่าๆๆ สีสวยดีครับ ข้างในเป็นใส้หวานๆ แต่ตัวแป้งมันออกจะแข็งไปหน่อยนึง
สำหรับโปรโมชั่นประจำฤดูหนาวปีนี้ที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็น ปลาฮามาจิ นี่แหละครับ ส่วนเมนูอื่นๆ ก็ธรรมดาครับไม่ค่อยแตกต่างจากของเดิมๆ มากมาย
ค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้ :
มื้อนี้ประหยัดตังค์สุดๆ ครับ ไปกัน 3 คน จ่ายแค่ 349 บาท เพ่ราะมีบัตรฟรี 2 ใบ และส่วนลดจากบัตรสมาชิกอีก 10 % หารกันแล้วตกคนละร้อยกว่าบาทเอง โฮ๊ะๆ คุ้มสุดๆ ^^
เมนูนี้สามารถไปลองลิ้มชิมรสกันได้จนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้นะครับ ไปอร่อยกันได้ภายใต้ concept ของร้านที่ว่า all you can eat… ในราคาเดิมเพียง 449 บาท++ (11.00-14.00 น.) , 399 บาท++ (14.00-16.30 น.) และ 499 บาท++ (17.00-22.00 น.) สำหรับโออิชิ บุฟเฟ่ต์ และ 329 บาท++ สำหรับโออิชิ เอ๊กซ์เพรส นะครับ
เมนู : OISHI Winter
ร้าน : OISHI Express ซีคอนสแควร์
Rating :
รสชาติ :
รสชาติธรรมดาครับเหมือนเมนูเดิมๆ ทั่วไป จะมีก็แต่ปลาฮามาจิครับที่หวานนุ่มอร่อยแบบละลายบนลิ้นเลย น่าจะถูกใจคนที่ชอบทานพวกซาชิมินะครับ
บริการ :
วันที่ไปกินนี้พนักงานไม่ค่อยมาเก็บจานเปล่าให้เลยครับ ต้องคอยเคลียโต๊ะเองตลอด
ความแปลกใหม่ :
ถือว่าธรรมดาครับสำหรับชุดนี้ไม่มีอะไรแปลกใหม่
Tags: japan food , oishi
Posted by admin on Jan 23, 2009 in
Review ,
อิ่มแบบประหยัด
อากาศในบ้านเรากลับมาร้อนเหมือนเดิมอีกแล้วนะครับ (พอหมดหนาวปุ๊ปก็ร้อนตับแล๊บเลย) โดยเฉพาะวันนี้รู้สึกว่าร้อนมากๆ เลยครับ ซึ่งก็คงจะไม่เป็นการดีแน่ๆ ถ้าต้องเดินฝ่ารังสี UV ที่มีอานุภาพการทำลายผิวหนังสูง เพื่อที่จะออกไปกินข้าวกลางวันตอนพักเที่ยง แต่ก็อย่างว่าล่ะครับกองทัพมันต้องเดินด้วยท้องถ้าไม่กินคงไม่มีแรงทำงานแน่ๆ
เลยได้ข้อสรุปจากเพื่อนร่วมงานว่าน่าจะสั่งพิซซ่ามากินกันที่ออฟฟิตจะเป็นการดีกว่า (ให้เด็กส่งพิซซ่ารับกรรมแทน - -’) พอไปเปิดเว็บดูก็ไปเจอกับเมนูใหม่ของ Pizza Hut นั่นคือ “ข้าวอบชีส”
สำหรับข้าวอบชีสนี้มีหน้าให้เลือกถึง 3 อย่างด้วยกัน (หมู, ไก่, ปลา) เลยสั่งมาทั้ง 3 แบบเลยครับ ของที่สั่งมาส่งไวมากครับ เร็วกว่าตอนสั่งพิซซ่าเยอะเลย
Package คล้ายๆ กับขนมเค้กยี่ห้อนึงเลย
สามสหาย
โฉมหน้าที่แท้จริงของ “ข้าวอบชีส”
ข้าวอบชีส สเต็กปลา เลมอนซอส
เลมอนซอสฉ่ำๆ มีชิ้นเลมอนแปะมาด้วย
“ข้าวอบชีส สเต็กปลา เลมอนซอส” อันนี้ซอสจะเยิ้มมากเลยครับ ดูเละๆ เห็นแล้วคิดว่าต้องเลี่ยนแน่ๆ พอลองชิมแล้วปรากฏว่าอร่อยครับ ได้รสชาติเปรี้ยวๆ ของเลมอนดี คำแรกที่กินอาจจะรู้สึกว่าเปรี้ยวนำไปนิด แต่ว่าถือเป็นข้อดีครับเพราะความเปรี้ยวช่วยเพิ่มรสชาติทำให้ข้าวไม่เลี่ยนจนเกินไป อร่อยจนหยุดไม่อยู (หยุดแล้วเดี๋ยวโดนแย่ง ฮ่าๆ)
ช้าวอบชีส สเต็กหมู บราวน์ซอส
หมูเหนียวอ่ะครับกว่าจะตักได้เลยเละไปหน่อย - -’
“ข้าวอบชีส สเต๊กหมู บราวน์ซอส” อันนี้หน้าตาดูดีที่สุดเลยครับ จัดได้สวยงามดี (ดูน่าตักใส่ปากมากๆ มันต้องอร่อยแน่ๆ) แต่ก็สงสัยอยู่นิดนึงครับว่าทำไมมีชีสอยู่บนข้าวแค่ครึ่งเดียวไม่เหมือนในโปสเตอร์ที่อยู่ในเว็บเลย (แบบนี้ใช่ไหมครับที่เรียกว่า “ภาพนี้ใช้เพื่อประกอบการโฆษณา)
จากที่เห็นแล้วน่าตาดูดีตอนแรก พอกินแล้วต้องเปลี่ยนความคิดเลยครับ หมูเหนียวไปนิสสนึงครับ (ผมพยายามใช้ช้อนกับซ่อมพลาสติคที่เค้าให้มา ตัดหมูออกเป็นชิ้นเล็กๆ อยู่นานพอดูเลยครับ) รสชาติก็ธรรมดามากครับไม่มีอะไรโดดเด่นเลย เหมือนกินข้าวกับหมูทอดเฉยๆ แต่ในตัวข้าวจะมีกลิ่นของชีสอยู่เยอะกว่าอีกสองแบบครับ
ข้าวอบชีส ไก่แบล็คเปปเปอร์
เพราะว่ามันเป็นพริกไทยดำใช่ไหมถึงได้ดำอย่างนี้
“ข้าวอบชีสไก่แบล็คเปปเปอร์” อันนี้หน้าตาแปลกๆ ครับ มีไก่ดำๆ 6 ชิ้นเรียงมาเป็นแถว ผมรู้สึกว่าไก่มันออกจะดำไปซักหน่อยครับ แต่ว่าคงไม่ได้ดำเพราะว่าไหม้(เพราะกินแล้วไม่มีกลิ่นไหม้) แต่เป็นเพราะพริกไทยดำครับ
พอลองชิมแล้วก็ได้กลิ่นของพริกไทยชัดมากครับ เพื่อนคนนึงบอกว่ารสชาติเหมือนไก่ทอดกระเทียมพริกไทย แต่ผมว่ารสชาติเหมือนกินข้าวมันไก่ย่างนะ แต่ก็อร่อยดีครับ กินแล้วมันจะได้รสหวานๆ จากข้าวและครีมซอส (เหมือนนางเอกหนังไทยสมัยก่อน) กับรสชาติของไก่ที่นุ่มๆ แต่แฝงความเผ็ดไว้นิดๆ (เหมือนพระเอกในละคร) ต้องกินคู่กันครับรสชาติจะลงตัว
อร่อยคำโตๆ (คำเดียวหมดกล่อง ฮ่าๆ)
ไก่จะหมดก่อนข้าวนะนี่
ในแต่ละแบบรสชาติของข้าวก็จะต่างกันไปนะครับ อย่าง ข้าวที่อยู่กับไก่นี่จะออกหวานๆ มันๆ หน่อย ส่วนข้าวที่อยู่กับหมูนี่เวลากินแล้วจะได้กลิ่นของเครื่องเทศเยอะหน่อยเหมือนตอนกินพิซซ่าเลยครับ แต่ข้าวที่อยู่กับปลานี่จะมีกลิ่นของพริกไทยเด่นขึ้นมาด้วย สำหรับเมนูข้าวอบชีสนี้มีจุดนึงที่สำคัญมากครับ คือต้องกินตอนที่ยังร้อนๆ เลยอย่ารอให้เย็น เพราะพอหมดความร้อนปุ๊ปนี่ข้าวจะแข็ง แล้วก็ร่วนมากครับ หมดความอร่อยทันทีเลย (แต่ตอนกินทั้ง 3 อย่างนี่ไม่ค่อยได้กลิ่นของชีสเท่าที่ควรเลยอ่ะครับ)
หลังจากที่ทำการย้ายที่อยู่จากข้าวที่อยู่ในกล่อง ให้มาอยู่ในท้องของเราพวกเรียบร้อยแล้ว เพื่อนๆ ก็ลงความเห็นกันว่า ในเซ็ทของขอบอบชีสนี้ ที่อร่อยที่สุดเห็นจะเป็น สเต็กปลา เลมอนซอส รองลงมาคือ ไก่แบล็คเปปเปอร์ และที่ไม่ปลื้มที่สุดเลยคือ สเต็กหมู บราวน์ซอส
ค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้ประกอบไปด้วย :
- ข้าวอบชีส สเต็กหมู บราวน์ซอส 109 .-
- ข้าวอบชีส ไก่แบล็คเปปเปอร์ 109 .-
- ข้าวอบชีส สเต็กปลา เลมอนซอส 119 .-
รวมทั้งหมด 337 บาท ครับ อิ่มแบบอร่อยบ้าง ไม่อร่อยบ้าง แต่รอดปลอดภัยจากรังสี UV ไปได้อีก 1 วันครับ
เมนู : ข้าวอบชีส
ร้าน : Pizza Hut
Rating :
รสชาติ (ข้าวอบชีส สเต็กหมู บราวน์ซอส) :
หน้าตาดูดีครับ แต่รสชาติจืดๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น เนื้อหมูก็เหนียว และแข็งไปหน่อย ครับ
รสชาติ (ข้าวอบชีส ไก่แบล็คเปปเปอร์) :
ไก่ดำไปนิด แต่รสชาติดีพอควร ได้ความหวานและเผ็ดคู่กันกำลังดี
รสชาติ (ข้าวอบชีส สเต็กปลา เลมอนซอส) :
ได้รสชาติเปรี้ยวๆ ของมะนาวมาตัดความเลี่ยนของชีส และรสเผ็ดนิดๆ จากพริกไทย กับเนื้อปลาหวานๆ อร่อยบาดใจมาก
บริการ :
อันนี้ขอติเรื่อง Call Center ที่รับ Order นะครับ เพราะเสียงเบามากแล้วก็พูดเร็วเหลือเกิน ไม่รู้จะรีบไปไหน แต่ว่าระบบจัดส่งนี่รวดเร็วทันใจปานสายฟ้าแล๊บเลยครับ
ความแปลกใหม่ :
ความแปลกใหม่นี่ยกนิ้วให้ครับ แปลกดี ข้าวที่เป็นของไทยๆ เอามาผสมกับรสชาติของตะวันตกอย่างชีส ได้ลงตัวดีครับ
Tags: pizza hut
Posted by admin on Jan 22, 2009 in
Review ,
อิ่มแบบประหยัด
ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนขึ้นมาอีกแล้วนะครับ ไปหาอะไรเย็นๆ กินดับร้อนกันดีกว่า จึงได้ตกลงกับผลพรรคผู้รักการกินอีกหนึ่งท่านว่าจะไปกิน ไอศกรีมที่ สเวนเซ่นส์ (Swensens) เพราะช่วงนี้มีโปรโมชั่นประจำเดือนใหม่ออกมาพอดีด้วย เป็นโปรโมชั่น Dreamy Strawberry and Meringue ที่ออกมาเอาใจผู้ที่ชื่นชอบ สตรอเบอรี่
ว่าแล้วก็มิรอช้าออกเดินทางไปยังร้าน Swensens ทันที พอไปถึงที่ร้านก็มองหาเมนูเป้าหมายของเราทันที พอเห็นเมนูแล้วก็ต้องตาโตเพราะโปรโมชั้นของเดือนนี้มีเมนูให้เลือกหลายแบบเลย หน้าตาแต่ละอย่างก็ช่างยั่วยวนชวนให้ลองกินซะเหลือเกิน
มีให้เลือกถึง 5 แบบเลย
ชุดเล็กราคาย่อมเยาว์
น่ากินทุกอันเลย
สุดท้ายก็ตกลงปลงใจที่แบบที่ 2 คือ Strawberry Fantasy เป็นไอศกรีม 2 ลูกใหญ่ พร้อมสตรอเบอรี่ กล้วยหอม และเมอแรง ส่วนไอศกรีม 2 ลูกก็สั่งเป็น ช๊อคโกแลต ชิพ กับ ร๊อคแอนด์ฮาร์ท
มาแล้วครับ สตรอเบอรี่สีแดงแป๊ดด เด่นมาแต่ไกลเลยครับ
อันนี้เป็นของพลพรรคคนรักการกินที่ไปด้วยกันครับ เป็น “มิลเลี่ยนแนร์ ช็อคโกแลต”
ขอดูหน้าตานางเอกของเราให้ชัดๆ หน่อยซิ
เธอเห็นสตรอเบอรี่นั่นไหมมม ^^
ลองซักคำแล้วจะติดใจนะครับ
ขอบอกเลยครับว่าเมนูนี้ต้องเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ที่ชื่นชอบสตรอเบอรี่แน่นอนเลยครับ เพราะใส่มาแบบเต็มๆ มีสตรอเบอรี่เยอะมากครับ และที่สำคัญคือมันสดมากครับ หวานอมเปรี้ยว เคี้ยวแล้วกรอบๆ ไม่เละ กินกันเพลินเลยครับ
ส่วนเมอแรงนี้จะมีรสหวานอย่างเดียว ต้องจิ้มกินคู่กับวิปครีม โดยส่วนตัวแล้วผมว่ามันช่วยทำให้รสชาติของวิปครีมอร่อยมากขึ้นกว่าเดิมอีกเยอะเลยครับ จะได้รสชาติที่หวานมัน ใส่เข้าปากแล้วละลายไปเลย แต่ขอแนะนำให้กินเมอแรงก่อนนะครับ ต้องกินตอนที่มันยังกรอบๆ อยู่ อย่าทิ้งไว้กับไอศกรีมนาน เพราะมันจะนิ่มแล้วก็เละไปเลยครับ (ของผมมีอันนึงเละจนปนไปกับไอศกรีมเลย กะว่าจะเก็บเอาไว้กินทีหลังซะหน่อย T-T) พอกินไปเรื่อยๆ จะเจอแยมสตรอเบอรี่อยู่ก้นถ้วยมีเนื้อสตรอเบอรี่อยู่ในแยมด้วย (งานนี้เจอแต่สตรอเบอรี่จนหายอยากเลยครับ)
กินแล้วจะมีความสุขแบบนี้ครับ ^^
อันนี้เค้าเรียกว่า “เมอแรง”
เกร็ดความรู้ : เมอแรง
เมอแรงค์ เป็นขนมฝรั่งเศสชนิดหนึ่ง ทำจากไข่ขาวที่ตีกับน้ำตาลป่นจนขึ้นฟู และเติมตัวช่วยขึ้นรูปเช่น ครีม ออฟ ทาร์ทาร์ และแป้งข้าวโพด ในบางสูตร บ่อยครั้งมีการเติมกลิ่นวานิลลา อัลมอนด์ และมะพร้าว ลงไปด้วย มีลักษณะคือเบาฟูและหวานอย่างมาก
(เพื่อนๆ ที่อยากลองทำ เมอแรง ด้วยฝีมือตัวเอง ลองไปดูสูตรการทำได้ที่ เมอแรงแสนอร่อย เลยครับ ไม่ยากครับลองไปทำดูกัน)
ที่มา : วิกิพิเดีย
โดยรวมแล้วผมว่ารสชาติลงตัวเลยครับ ได้ทั้งเปรี้ยว หวาน มัน (ขาดเค็ม กับเผ็ด แฮะ เหอๆ) แต่แอบรู้สึกเล็กๆ นะครับว่าน่าจะไม่เหมาะกับการกินคู่กับไอศกรีมที่มีรสชาติเปรี้ยวอยู่ในตัวอยู่แล้ว เพราะอาจจะทำให้มันเปรี้ยวนำจนเกินไปซักหน่อย
หายวับไปในพริบตา
แก้วน้ำนี่เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของ Swensens เลยครับ
ค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้ประกอบไปด้วย :
- Strawberry Fantasy 69 .-
- Millionnair Chocolate 99.-
- Golden Sundae (Free)
รวมทั้งหมด 168 บาท ใช้บัตร Swensens Card ลดไป 10% รวมแล้วจ่ายไป 161 บาทครับ
เมนู : Dreamy Strawberry and Meringue แบบที่ 2 Strawberry Fantasy
ร้าน : Swensens
Rating :
รสชาติ :
สตรอเบอรี่สดๆ หวานกรอบ อมเปรี้ยวนิดๆ กินคู้กับเมอแรงและวิปครีม เข้ากันดีกับรสชาติและความเย็นของไอศกรีม อร่อยจนไม่อยากวางช้อนเลย^^
บริการ :
พนักงานดูรีบๆ ลนๆ ไปหน่อย ไม่ค่อยยิ้มแย้มเท่าที่ควร (อาจจะเพราะลูกค้าเยอะ)
ความแปลกใหม่ :
โปรโมชั่นนี้ถือว่าธรรมดาครับ สตรอเบอรี่ก็เป็นผลไม้ตามฤดูกาลอยู่แล้ว ไม่มีอะไรแปลกใหม่เท่าไหร่ครับ
Tags: icecream , swensens
Posted by admin on Jan 22, 2009 in
Review ,
อิ่มแบบประหยัด
ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้ Hungrytoday ขอพาไปชิมอาหารญี่ปุ่นราคาประหยัด จากร้านที่หลายคนคงจะรู้จักกันดีจากสโลแกนที่ว่า “เสริฟร้อน อร่อยเร็ว”
ใช่แล้วครับมันคือ ร้านยาโยอิ (Yayoi ) นั่นเอง ซึ่งเมนูที่จะนำมาแนะนำในวันนี้เป็นเมนูขึ้นชื่อของร้านเลยทีเดียว เรียกได้ว่าถ้าใครไม่เคยสั่งเมนูพวกนี้ก็ไม่ใช่คนที่เคยกินอาหารในร้านยาโยอิมาก่อนอย่างแน่นอน(เว่อร์อีกล่ะ - -‘)
รายการเมนูแนะนำของร้าน
และจุดหมายที่เราจะเดินทางไปนั่นก็คือ ร้านยาโยอิ สาขา เดอะมอล์บางกะปิ ครับ ตอนที่จะเข้าไปกินนี่ก็เป็นเวลาดีประมาณ สามทุ่มกว่าๆ (จะไปช่วยเค้าเก็บร้านกันหรือไงเนี่ย -*-) ก็เกร็งๆ อยู่เหมือนกันว่าพนักงานเค้าจะหงุดหงิดไหมที่เรามากินตอนร้านใกล้จะปิดหรือเปล่า (ซึ่งบางที่เป็นครับ) แต่ผิดคาดครับ พนักงานยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส มารับ order ด้วยรอยยิ้มพริมใจเหมือนเดิม
ตอนนที่ไปชิมนี่ยกโขยงไปกันถึง 4 คน สั่งกันคนละอย่าง เลยได้ชิมถึง 4 เมนูครับ แต่เป้าหมายหลักของเราจริงๆ ในวันนี้คือเจ้าเมนูที่ชื่อว่า “ข้าวหน้าหมูยากิบูตะ” หรือว่า “ชาชูด้ง” ครับ สั่งอาหารไปได้แป๊ปเดียวอาหารที่สั่งไปก็เดินทางมาถึงโต๊ะ มาเร็วมากครับ ตามสโลแกนของร้านเลยครับ “เสริฟร้อนอร่อยเร็ว” (เร็วจนจัดที่ทางในการถ่ายรูปไม่ทันเลย ฮ่าๆ)
ออเดิร์ฟของพวกเรา “ยำสาหร่าย” กับขนมแสนอร่อย “พิซซ่าญี่ปุ่น”
ชุดไก่ต้มซีอิ๊ว
สำหรับชุดไก่ต้มซีอิ๊วนี้เวลากินจะได้ความหอม และรสชาติเค็มๆ ชองซีอิ๊วไปด้วย (ก็มันเป็นไก่ต้มซีอิ๊วนี่หน่า) แต่ถ้ากินกับข้าวสวยที่ให้มาในชุด รสชาติก็จะเบาลงครับ ไม่เค็มมาก (เอาน้ำมาราดข้าวกินเฉยๆ ก็อร่อยดี ทำให้นึกถึงชีวิตรันทดในวัยเด็กที่ต้องกินข้าวคลุกน้ำปลา T-T)
เจ้าไก่ต้มซีอิ๊วนี่มข้อเสียอยู่อย่างนึงครับ คือค่อนข้างจะมันมากๆ น้ำมันลอยเป็นวงๆ เลย กินไปกินมาจะออกอาการเลี่ยนครับ (เพื่อนผมต้องเอาชิ้นไก่วางบนผักให้สะเด็ดน้ำมันก่อน - -’)
ชุดไก่ทอดราดซอสนัมบัง
จานต่อมาคือ ไก่ทอดราดซอสนัมบัง นี่ก็เป็นอีกเมนูนึงครับที่ได้รับความนิยมพอสมควร ไก่ชิ้นโตๆ ชุบแป้งทอดกรอบๆ กำลังดี ราดด้วยซอสหวานๆ เค็มๆ (อีกแล้ว - -’) อร่อยจนอยากจะอุทานเป็นภาษาไก่ กระต๊าก กระต๊ากก~~
ชุดหมูย่างกะทะร้อน
โดยส่วนตัวแล้วเป็นเมนูที่สั่งมากินบ่อยที่สุดเลยครับสำหรับ หมูย่างกะทะร้อน (เพราะราคาจะถูกกว่าอย่างอื่นเล้กน้อย) พอกินเมนูนี้หลายๆ ครั้งเข้าเริ่มรู้สึกว่ารสชาติมันออกจะเหมือนหมูหวานแหะ หวานๆ เค็มๆ แต่อร่อยถูกใจจ๊อดดด! จริงๆ ^^
แล้วก็มาถึงจุดหมายที่เรารอคอยครับ มาเป็นชุดสุดท้ายเลย (เหมือนพระเอกหนังไทยที่ชอบโพล่มาช่วยนางเอกเป็นคนสุดท้าย ) ใส่กล่องปิดฝามาอย่างดี ดูลึกลับน่าค้นหา นี่ถ้ามีพวกรหัสลับให้ไขปริศนาก่อนจะเปิดกินได้ คงแปลกดีพิลึก แหะๆ (ออกทะเลอีกแล้วเรา - -’)
กล่องสมบัติรึเปล่าเนี่ย
มันคือเป้าหมายของเรานั่นเอง “ข้าวหน้าหมูยากิบูตะ”
น่ากินจริงๆ *o*
มาเป็นแผ่นๆ เลย (คงจะเรียกว่าชิ้นไม่ได้ เพราะใหญ่มาก)
รูปร่างหน้าตาเมื่อแรกพบนี่ใช้ได้เลยทีเดียวครับ จัดมาอย่างสวยงามน่ากินมากๆ มีวาซาบิก้อนเล็กๆ แอบอยู่มุมกล่อง 1 ก้อน หมูก็แผ่นใหญ่มากๆ แปะมาบนข้าว เห็นแล้วทำให้น้ำย่อยในกระเพาะเริ่มทำงานทันที พอได้สัมผัสรสชาติแล้วก็อยากจะตะโกนดังๆ ว่า โออิชิ! (โออิชิ แปลว่า อร่อย) แต่นึกขึ้นได้ว่าคนละร้านกัน เด๋วจะโดนพนักงานไล่ออกจากร้านเอา
สำหรับเนื้อหมูนี่นุ่มมากครับ ไม่เหนียวเคี้ยวสบายไม่เมื่อยกราม^^ ส่วนน้ำซอสนี่รสชาติเหมือนเดิม เค็มๆ หวานๆ แต่ว่าเข้ากันดีกับเนื้อหมูและสาหร่ายที่โรยมาบนข้าว แต่ความอร่อยยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะเราได้ค้นพบพระเอกตัวจริงของเรื่องนี้แล้ว นั่นคือ “เจ้าวาซาบิที่แอบอยู่มุมกล่องนั่นเอง”
นี่ไงตัวการความอร่อย^^
สำหรับใครที่ไม่ชอบวาซาบินี่ขอแนะนำนะครับว่ายังไงก็ต้องลอง ใส่น้อยๆ แต่พองามก็ได้ครับ ส่วนใครที่ชอบอยู่แล้วนี่แนะนำให้ละเลงให้ทั่วเลยครับ เพราะเมื่อกินทุกอย่างพร้อมๆ กันแล้วเป็นรสชาติที่อร่อยเหาะจนต้องบอกต่อเลย รสเผ็ดแบบจี๊ดๆ ซ่าๆ ของวาซาบิจะไปช่วยตัดความเลี่ยนของซอสได้ดีเลยครับ บวกกับรสชาติของสาหร่ายและเนื้อหมูแล้ว วางตะเกียบไม่ลงเลย อร่อยหมดจนข้าวเม็ดสุดท้าย (อะไรจะขนาดน๊านนน)
เกร็ดความรู้ : วาซาบิ
วาซาบิ (「ワサビ」, wasabi, ワサビ?) เป็นเครื่องปรุงที่ทำมาจากการบดลำต้นของพืช Canola (Japanese horseradish) จัดเป็นไม้ยืนต้นที่อยู่ในตระกูลเดียวกับพวกบรอกโคลีและกะหล่ำ เป็นสมุนไพรดั้งเดิมของญี่ปุ่น เมื่อบดแล้วมีกลิ่นที่ฉุนรุนแรง ถ้ารับประทานจะให้ความรู้สึกแสบร้อนขึ้นจมูกในระยะสั้นๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นความกลมกล่อม ทั้งหวานและขมผสมกันไป
คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจกันว่าวาซาบิสามารถช่วยให้หายใจโล่งขึ้น หรือบรรเทาอาการหวัด เนื่องจากเวลารับประทานวาซาบิแล้วจะรู้สึกฉุนและเผ็ดร้อนขึ้นจมูก แต่มีผลการทดลองของนักวิจัยชาวสหรัฐอเมริกาค้นพบว่า วาซาบิแทนที่จะช่วยให้การหายใจดีขึ้น กลับอาจทำให้การหายใจที่ติดขัดอยู่แล้วนั้นแย่ลง
สรรพคุณทางยาของวาซาบิจริงๆ นั้นนอกจากจะช่วยดับกลิ่นคาวแล้วยังช่วย กำจัดพยาธิที่อาศัยอยู่ในปลาได้ เมื่อผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารของมนุษย์, มีฤทธิ์ต่อต้านสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งของกระเพาะอาหาร, ป้องกันฟันผุ ในอนาคตอาจนำไปประยุกต์เป็นส่วนผสมในยาสีฟัน เป็นต้น
ที่มา : วิกิพิเดีย
ค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้ประกอบไปด้วย :
- ชุดข้าวหน้าหมูยากิบูตะ 1 ชุด
- ชุดไก่ต้มซีอิ๊ว 1 ชุด
- ชุดหมูย่างกะทะร้อน 1 ชุด
- ชุดไก่ทอดราดซอสนัมบัง 1 ชุด
- ยำสาหร่าย 1 ถ้วย
- พิซซ่าญี่ปุ่น 1 ถาด
- ชาเขียวเย็น 4 แก้ว (Refill)
รวมเบ็ดเสร็จแล้ว 659 บาท ครับ หาร 4 แล้วตกคนละ 160 กว่าบาท ราคาเบาๆ แต่มื้อนี้อิ่มข้ามวันกันเลยทีเดียว
เมนู : ข้าวหน้ามูยากิบูตะ
ร้าน : ยาโยอิ(Yayoi) The Mall บางกะปิ
Rating :
รสชาติ :
เนื้อหมุกับสาหร่าย และซอส เข้ากันได้อย่างดี บวกกับวาซาบิที่มาช่วยตัดความเลี่ยน ช่วยเพิ่มรสชาติให้เมนูนี้ได้อย่างดีทีเดียว
บริการ :
พนักงานน่ารัก มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ เอาใจใส่ลูกค้าดีไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน
ความแปลกใหม่ :
แปลกนิดหน่อยตรงที่เอาวาซาบิมากินกับหมู แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่ายังธรรมดาอยู่
Tags: dessert , food , japan
Posted by admin on Jan 21, 2009 in
Review ,
อิ่มแบบประหยัด
วันนี้เดินผ่านร้านเคเอฟซี เห็นโปสเตอร์โฆษณาเมนูใหม่ที่ติดอยู่หน้าร้าน สีสันมันช่างบาดตาเหลือเกินจนต้องหยุดดู ดูแล้วก็คุ้นๆ ว่าเหมือนเคยเห็นโฆษณาทางทีวีมาแล้ว (จำได้ว่าคนที่เป็นพรีเซนเตอร์ใน TVC น่ารักดี อิอิ)
ซึ่งเมนูใหม่ของเคเอฟซีคราวนี้เป็น KFC Snack Menu กินเล่นๆ ราคาเบาๆ ชื่อเมนูว่า “ปลาปี๊ด”
TVC ปลาปี๊ด
เห็นแล้วก็น้ำลายสอจนอดใจไม่ไหวต้องขอเข้าไปโฉบมาลองชิมซักหน่อยว่ามันจะเปรี้ยวปี๊ด จี๊ดจ๊าดขนาดไหน
KFC Snack Menu
กล่องมันเล็กครับ กลัวจะไม่อิ่มเลยซื้อมา 2 กล่อง (จะลองชิมเฉยๆ ไม่ใช่หรอเรา ไปๆ มาๆ กะเอาอิ่มเลย ฮ่าๆ)
ดูกันใกล้ๆ
ขอบอกเลยครับว่าประทับใจ Package จริงๆ Design ออกมาซะน่ารักเชียว เป็นรูปวาดตัวการ์ตูนแลบลิ้นอยู่บนกล่อง น่าจะดึงดูดใจบรรดาเด็กๆ หนูๆ ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว (เราโตแล้วยังชอบเลย ฮ่าๆ)
รูปบนกล่องทั้ง 4 ด้านครับ น่ารักปนฮาดีครับ^^
โฉมหน้าของเจ้าปลาปี๊ด (1 กล่อง มี 5 ชิ้น น้อยจัง T-T)
สีสันจัดจ้านมากครับ
ปลาคู่ชู้ชื่น
มาว่ากันด้วยเรื่องของรสชาติครับ คำแรกที่กินเข้าไปนี่นึกถึงขนมขบเคี้ยวยี่ห้อนึงเลยครับ(ที่เคยมีสโลแกนว่า “ทำไมถึงเกิดมาไม่เรียบ”) รสชาติคล้ายๆ กันเลย มันจะออกเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ พอชิ้นปลาสัมผัสลิ้นจะได้รสชาติของความเปรี้ยวนำมาก่อนเลย พอกินไปซักพักจะได้รสเผ็ดตามมา กินแล้วมันจี๊ดๆ ติดลิ้นดี สมชื่อปลาปี๊ดดีครับ แต่ก็ไม่ได้จะจัดจ้าน หรือปี๊ดจี๊ดจ๊าดจนถึงขนาดน้ำตาร่วงนะครับ รสชาติกำลังดี
ปลาปี๊ด 1 กล่อง สนนราคา 39 บาท ครับ มีจำนวนสมาชิกอยู่ด้วยกัน 5 ชิ้น ตกชิ้นละเกือบๆ 8 บาทเลยครับ ซึ่งผมว่ามันออกจะน้อยไปซักหน่อยถ้าเทียบระหว่าปริมาณ กับราคา ขนาดของปลาแต่ละชิ้นก็มาแบบน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มเลยครับ (ออกแนวประชดนะนี่)
อีกจุดนึงก็คือเรื่องความเสมอภาคของรสชาติ ซึ่งผมว่ามันเป็นปัญหาของขนมคบเคี้ยวหลายๆ ชนิดในบ้านเราเหมือนกัน (ว่าไปนั่นเลยเรา) เพราะแต่ละชิ้นรสชาติมันไม่เท่ากัน หรือเรียกอีกอย่างว่า แต่ละชชิ้นมันโดนส่วนผสมไม่เท่ากัน บางชิ้นโดนเยอะหน่อย ก็จะรสจัดมากจจนเกือบจะเค็ม บางชิ้นโดนน้อยหน่อยก็จะซีดๆ รสชาติก็จะปี๊ดสู้ชิ้นอื่นไม่ได้ ถ้าทั้งสองฝ่ายนี้มันมาในประมาณที่เฉลี่ยพอๆ กันในกล่อง ก็ดีไปครับ
เมนูนี้สามารถไปลองลิ้ม ชิมรสชาติจี๊ดๆ แบบไม่ไรสาระ ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552 หรือจนกว่าของจะหมดนะครับ
Rating :
รสชาติ :
เนื้อปลานุ่มไม่เละ รสชาติพอเหมาะ เปรี้ยวนำ เผ็ดตาม จี๊ดกำลังดี
บริการ : -
อันนี้ไม่มีดาวนะครับพราะซื้อกลับาทานที่บ้าน
ความแปลกใหม่ :
ขอให้คะแนนที่ตัว Package แทนนะครับ ออกแบบได้น่ารัก แปลกตา ขนาดกระทัดรัดเหมาะแก่การพกติดไว้ในกระเป๋า เอาไว้เป็นเครื่องประทังชีวิตในยามที่รถติดๆ ได้ครับ
Posted by admin on Jan 19, 2009 in
Review ,
อิ่มแบบมาตรฐาน
เมื่อวันก่อนได้เห็นโฆษณาทางทีวีของ The Pizza Company ว่ามีเมนูใหม่ออกมาคือ “พิซซ่าขอบ ดับเบิ้ล เบคอนชีส” กับสโลแกนที่ว่า “ขอบใหม่ เบคอนร้อนๆ กับมอสซาเรล่าชีส หอมกรุ่นเต็มขอบ อร่อยสุดขอบได้แล้ววันนี้”
จึงไม่รอช้า รีบตรงดิ่งเพื่อไปลองลิ้มชิมรสของใหม่กันซะหน่อย จุดหมายปลายทางที่จะมุ่งหน้าไปคือ The Pizza Company สาขา Big C สะพานควาย พร้อมพลพรรคผู้รักการกิน จำนวน 3 คน
เมนูที่สั่งมาลองกินกันคือ ชุดดับเบิ้ลเบคอนชีส 1 ในชุดนี้จะประกอบไปด้วย พิซซ่าขอบดับเบิ้ลเบคอนชีส ถาดกลาง + ปีกไก่บาร์บีคิว 6 ชิ้น + ขนมปังกระเทียม
“ชุดดับเบิ้ลเบคอนชีส 1″
แต่จากการประมาณอาหารที่อยู่ในชุดด้วยสายตาแล้ว คาดว่าคงจะไม่พออิ่มแน่ๆ เลยสั่ง หอมทอดเพิ่มมาอีก 1 อย่างรอไปรอมาซักพัก อาหารก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้า
“ขนมปังกระเทียมมาก่อนเพื่อนเลย ตามมาติดๆ ด้วยหอมทอด”
“ปีกไก่บาร์บีคิวแสนอร่อย ถูกจัดมาอย่างสวยงามในจานใบน้อย”
“แล้วของที่เรารอคอยก็มาถึง พิซซ่าขอบ ดับเบิ้ล เบคอนชีส หน้า ซีฟู๊ต เสริฟมาพร้อมกับ ชีสซอสหอมๆ”
“อีกมุมหนึ่ง”
“เสริฟคู่กับชีสซอส”
“พระเอกของงานนี้ เบคอนสองชั้น”
“ ดูกันให้ชัดๆ“
“ทั้งเบคอน ทั้งชีส มาแบบเต็มๆ”
ต้องขอบอกเลยว่าเมนูนี้เหมาะกับคนที่ไม่กลัวความอ้วนจริงๆ เพราะมาเต็มๆ ทั้งชีส และ เบคอน ส่วนเรื่องรสชาตินี่อร่อยดีครับ โดยเฉพาะ “ขอบเบคอนนี่อร่อยเข้าใส้จริงๆ พอกัดไปเจอ เบคอน 2 ชั้น ที่มาคู่กัน 2 ชิ้น แล้วก็มีกลิ่นหอมๆ ของ “มอสซาเรล่าชีส” ที่อยู่ด้วยกันในขอบ พอกินทุกอย่างรวมกันแล้ว รสชาติมันรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเลยครับ หอมๆ เค็มๆ มันๆ อร่อยล้ำสุดขอบเลย” (เวอร์ไปไหมเนี่ยเรา) และรสชาติของขอบก็เข้ากันได้ดีกับหน้าซีฟู๊ตที่สั่งมาด้วยครับ เพราะความเค็มเล็กๆ ที่อยู่ในตัวของเบคอน มันจะช่วยลดความเลี่ยนของหน้าซีฟู๊ตได้
เกร็ดควมรู้ :
Mozzarella แบบต้นตำรับจัดอยู่ในประเภท Fresh Cheese คือไม่ได้ผ่านการบ่ม Cured หรือ หมักในน้ำเกลือ (Brine) มีรสอ่อน แต่มีกลิ่นหอมของนมอ่อนๆ เป็นเอกลักษณ์ แต่ส่วนใหญ่ที่มีขายกันในปัจจุบันจะเป็นแบบที่ผ่านการบ่ม แต่จะบ่มสั้น ๆ ไม่กี่วัน เพราะกลิ่นจะหอมกว่าแบบไม่บ่ม
แต่ก็ติดอยู่นิดนึงครับ ตรงที่รู้สึกว่าจะเลี่ยนไปซักหน่อยเมื่อจิ้มกับชีสซอสที่มาคู่กัน ขอแนะนำว่าอย่าจิ้มชีสซอสเยอะนะครับ เพราะจะเลี่ยนมาก แต่ถ้าใครชอบกินชีสนี่คงไม่มีปัญหา และถ้าซอสหมดสามารถขอเพิ่มได้ครับ คิดเงินเพิ่มราคาถ้วยละ 10 บาท
“ถ้วยเดียวไม่พอต้องขอ 2″
“จุ่มชีสแล้วใส่ปาก อร่อยสุดขอบ”
“ของอร่อยเก็บไว้กินท้ายสุดครับ (ไม่ได้เหลือนะ ฮ่าๆ)”
เบ็ดเสร็จแล้วค่าเสียหายของมื้อนี้ประกอบไปด้วย พิซซ่าขอบดับเบิ้ลเบคอนชีส ถาดกลาง + ปีกไก่บาร์บีคิว 6 ชิ้น + ขนมปังกระเทียม
เพิ่ม : หอมทอด, ชีสซอส, น้ำ 2 ขวด รวมแล้วจ่ายไป 504 บาท ครับ อิ่มท้อง สบายกระเปา
เมนูนี้สามารถไปลองลิ้มชิมรสกันได้ที่ The Pizza Company ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ จนถึงสิ้นเดือนนี้นะครับ
ข้อมูลทางโภชนาการ :
พิซซ่าหน้าซีฟู๊ด 1 ถาด ให้พลังงานประมาณ 234 กิโลแคลอรี
“ถ้าต้องการให้ร่างกายเผาพลาญพลังงานทั้งหมดจะต้องวิ่งจ๊อกกิ้ง รอบสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานประมาณ 12 รอบ จะสามารถเผาผลาญพลังงานได้ 300 กิโลแคลอรี่”
Rating :
รสชาติ :
ขอบเบคอนหอมมัน เข้ากันดีกับหน้าพิซซ่า แต่ออกจะเลี่ยนไปหน่อยเมื่อกินคู่กับชีสซอส
บริการ :
พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส คอยเดินมาถามสารทุกข์สุกดิบกับลูกค้าอยู่เป็นระยะว่า ของที่สั่งครบไหม ต้องการอะไรเพิ่มไหม พิซซ่าอร่อยไหม ดูมีมิตรไมตรีกับลูกค้าดี
ความแปลกใหม่ :
ยังไม่ค่อยมีความแปลกใหม่เท่าไหร่ แค่เปลี่ยนของที่อยู่ข้างในขอบเฉยๆ เมื่อเทียบกับเมนู “Volcano Pizza” ที่เคยทำออหมาก่อนหน้านี้ (พิซซ่าที่มีถ้วยขนมปังใส่ซอสวางอยู่กลางถาด)