1

ข้าวหน้าหมูยากิบูตะ ร้าน Yayoi

Posted by admin on Jan 22, 2009 in Review, อิ่มแบบประหยัด

ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้ Hungrytoday ขอพาไปชิมอาหารญี่ปุ่นราคาประหยัด จากร้านที่หลายคนคงจะรู้จักกันดีจากสโลแกนที่ว่า “เสริฟร้อน อร่อยเร็ว”

ใช่แล้วครับมันคือ ร้านยาโยอิ (Yayoi) นั่นเอง ซึ่งเมนูที่จะนำมาแนะนำในวันนี้เป็นเมนูขึ้นชื่อของร้านเลยทีเดียว เรียกได้ว่าถ้าใครไม่เคยสั่งเมนูพวกนี้ก็ไม่ใช่คนที่เคยกินอาหารในร้านยาโยอิมาก่อนอย่างแน่นอน(เว่อร์อีกล่ะ - -‘)

 

 
รายการเมนูแนะนำของร้าน


และจุดหมายที่เราจะเดินทางไปนั่นก็คือ ร้านยาโยอิ สาขา เดอะมอล์บางกะปิ ครับ ตอนที่จะเข้าไปกินนี่ก็เป็นเวลาดีประมาณ สามทุ่มกว่าๆ (จะไปช่วยเค้าเก็บร้านกันหรือไงเนี่ย -*-) ก็เกร็งๆ อยู่เหมือนกันว่าพนักงานเค้าจะหงุดหงิดไหมที่เรามากินตอนร้านใกล้จะปิดหรือเปล่า (ซึ่งบางที่เป็นครับ) แต่ผิดคาดครับ พนักงานยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส มารับ order ด้วยรอยยิ้มพริมใจเหมือนเดิม 

ตอนนที่ไปชิมนี่ยกโขยงไปกันถึง 4 คน สั่งกันคนละอย่าง เลยได้ชิมถึง 4 เมนูครับ แต่เป้าหมายหลักของเราจริงๆ ในวันนี้คือเจ้าเมนูที่ชื่อว่า “ข้าวหน้าหมูยากิบูตะ” หรือว่า “ชาชูด้ง”  ครับ สั่งอาหารไปได้แป๊ปเดียวอาหารที่สั่งไปก็เดินทางมาถึงโต๊ะ มาเร็วมากครับ ตามสโลแกนของร้านเลยครับ “เสริฟร้อนอร่อยเร็ว” (เร็วจนจัดที่ทางในการถ่ายรูปไม่ทันเลย ฮ่าๆ)

  

 
ออเดิร์ฟของพวกเรา “ยำสาหร่าย” กับขนมแสนอร่อย “พิซซ่าญี่ปุ่น”

  


ชุดไก่ต้มซีอิ๊ว

 

สำหรับชุดไก่ต้มซีอิ๊วนี้เวลากินจะได้ความหอม และรสชาติเค็มๆ ชองซีอิ๊วไปด้วย (ก็มันเป็นไก่ต้มซีอิ๊วนี่หน่า) แต่ถ้ากินกับข้าวสวยที่ให้มาในชุด รสชาติก็จะเบาลงครับ ไม่เค็มมาก (เอาน้ำมาราดข้าวกินเฉยๆ ก็อร่อยดี ทำให้นึกถึงชีวิตรันทดในวัยเด็กที่ต้องกินข้าวคลุกน้ำปลา T-T)

เจ้าไก่ต้มซีอิ๊วนี่มข้อเสียอยู่อย่างนึงครับ คือค่อนข้างจะมันมากๆ น้ำมันลอยเป็นวงๆ เลย กินไปกินมาจะออกอาการเลี่ยนครับ (เพื่อนผมต้องเอาชิ้นไก่วางบนผักให้สะเด็ดน้ำมันก่อน - -’)

 

 


ชุดไก่ทอดราดซอสนัมบัง


จานต่อมาคือ ไก่ทอดราดซอสนัมบัง นี่ก็เป็นอีกเมนูนึงครับที่ได้รับความนิยมพอสมควร ไก่ชิ้นโตๆ ชุบแป้งทอดกรอบๆ กำลังดี ราดด้วยซอสหวานๆ เค็มๆ (อีกแล้ว - -’) อร่อยจนอยากจะอุทานเป็นภาษาไก่  กระต๊าก กระต๊ากก~~

 


ชุดหมูย่างกะทะร้อน


โดยส่วนตัวแล้วเป็นเมนูที่สั่งมากินบ่อยที่สุดเลยครับสำหรับ หมูย่างกะทะร้อน (เพราะราคาจะถูกกว่าอย่างอื่นเล้กน้อย)  พอกินเมนูนี้หลายๆ ครั้งเข้าเริ่มรู้สึกว่ารสชาติมันออกจะเหมือนหมูหวานแหะ  หวานๆ เค็มๆ แต่อร่อยถูกใจจ๊อดดด! จริงๆ ^^

แล้วก็มาถึงจุดหมายที่เรารอคอยครับ มาเป็นชุดสุดท้ายเลย (เหมือนพระเอกหนังไทยที่ชอบโพล่มาช่วยนางเอกเป็นคนสุดท้าย ) ใส่กล่องปิดฝามาอย่างดี ดูลึกลับน่าค้นหา นี่ถ้ามีพวกรหัสลับให้ไขปริศนาก่อนจะเปิดกินได้ คงแปลกดีพิลึก แหะๆ (ออกทะเลอีกแล้วเรา - -’)

 


กล่องสมบัติรึเปล่าเนี่ย

 

 

มันคือเป้าหมายของเรานั่นเอง  “ข้าวหน้าหมูยากิบูตะ”

 

น่ากินจริงๆ *o*

 

 

มาเป็นแผ่นๆ เลย (คงจะเรียกว่าชิ้นไม่ได้ เพราะใหญ่มาก)

 

รูปร่างหน้าตาเมื่อแรกพบนี่ใช้ได้เลยทีเดียวครับ จัดมาอย่างสวยงามน่ากินมากๆ มีวาซาบิก้อนเล็กๆ แอบอยู่มุมกล่อง 1 ก้อน หมูก็แผ่นใหญ่มากๆ แปะมาบนข้าว เห็นแล้วทำให้น้ำย่อยในกระเพาะเริ่มทำงานทันที พอได้สัมผัสรสชาติแล้วก็อยากจะตะโกนดังๆ ว่า โออิชิ! (โออิชิ แปลว่า อร่อย) แต่นึกขึ้นได้ว่าคนละร้านกัน เด๋วจะโดนพนักงานไล่ออกจากร้านเอา

 

สำหรับเนื้อหมูนี่นุ่มมากครับ ไม่เหนียวเคี้ยวสบายไม่เมื่อยกราม^^ ส่วนน้ำซอสนี่รสชาติเหมือนเดิม เค็มๆ หวานๆ แต่ว่าเข้ากันดีกับเนื้อหมูและสาหร่ายที่โรยมาบนข้าว แต่ความอร่อยยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะเราได้ค้นพบพระเอกตัวจริงของเรื่องนี้แล้ว นั่นคือ “เจ้าวาซาบิที่แอบอยู่มุมกล่องนั่นเอง”

 


นี่ไงตัวการความอร่อย^^

 

สำหรับใครที่ไม่ชอบวาซาบินี่ขอแนะนำนะครับว่ายังไงก็ต้องลอง ใส่น้อยๆ แต่พองามก็ได้ครับ ส่วนใครที่ชอบอยู่แล้วนี่แนะนำให้ละเลงให้ทั่วเลยครับ เพราะเมื่อกินทุกอย่างพร้อมๆ กันแล้วเป็นรสชาติที่อร่อยเหาะจนต้องบอกต่อเลย รสเผ็ดแบบจี๊ดๆ ซ่าๆ ของวาซาบิจะไปช่วยตัดความเลี่ยนของซอสได้ดีเลยครับ บวกกับรสชาติของสาหร่ายและเนื้อหมูแล้ว วางตะเกียบไม่ลงเลย อร่อยหมดจนข้าวเม็ดสุดท้าย (อะไรจะขนาดน๊านนน)

 

เกร็ดความรู้ : วาซาบิ 

วาซาบิ (「ワサビ」, wasabi, ワサビ?) เป็นเครื่องปรุงที่ทำมาจากการบดลำต้นของพืช Canola (Japanese horseradish) จัดเป็นไม้ยืนต้นที่อยู่ในตระกูลเดียวกับพวกบรอกโคลีและกะหล่ำ เป็นสมุนไพรดั้งเดิมของญี่ปุ่น เมื่อบดแล้วมีกลิ่นที่ฉุนรุนแรง ถ้ารับประทานจะให้ความรู้สึกแสบร้อนขึ้นจมูกในระยะสั้นๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นความกลมกล่อม ทั้งหวานและขมผสมกันไป 

คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจกันว่าวาซาบิสามารถช่วยให้หายใจโล่งขึ้น หรือบรรเทาอาการหวัด เนื่องจากเวลารับประทานวาซาบิแล้วจะรู้สึกฉุนและเผ็ดร้อนขึ้นจมูก แต่มีผลการทดลองของนักวิจัยชาวสหรัฐอเมริกาค้นพบว่า วาซาบิแทนที่จะช่วยให้การหายใจดีขึ้น กลับอาจทำให้การหายใจที่ติดขัดอยู่แล้วนั้นแย่ลง  

สรรพคุณทางยาของวาซาบิจริงๆ นั้นนอกจากจะช่วยดับกลิ่นคาวแล้วยังช่วย กำจัดพยาธิที่อาศัยอยู่ในปลาได้ เมื่อผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารของมนุษย์,  มีฤทธิ์ต่อต้านสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งของกระเพาะอาหาร, ป้องกันฟันผุ ในอนาคตอาจนำไปประยุกต์เป็นส่วนผสมในยาสีฟัน เป็นต้น
 

ที่มา : วิกิพิเดีย

 

 

ค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้ประกอบไปด้วย :

 

-   ชุดข้าวหน้าหมูยากิบูตะ     1 ชุด

-   ชุดไก่ต้มซีอิ๊ว     1 ชุด

-   ชุดหมูย่างกะทะร้อน     1 ชุด

-   ชุดไก่ทอดราดซอสนัมบัง     1 ชุด

-   ยำสาหร่าย     1 ถ้วย

-   พิซซ่าญี่ปุ่น     1 ถาด

-   ชาเขียวเย็น     4 แก้ว (Refill)

 

 

 

รวมเบ็ดเสร็จแล้ว 659 บาท ครับ หาร 4 แล้วตกคนละ 160 กว่าบาท ราคาเบาๆ แต่มื้อนี้อิ่มข้ามวันกันเลยทีเดียว

 

เมนู :   ข้าวหน้ามูยากิบูตะ
ร้าน :   ยาโยอิ(Yayoi) The Mall บางกะปิ

Rating :

รสชาติ :  
เนื้อหมุกับสาหร่าย และซอส เข้ากันได้อย่างดี บวกกับวาซาบิที่มาช่วยตัดความเลี่ยน ช่วยเพิ่มรสชาติให้เมนูนี้ได้อย่างดีทีเดียว

บริการ :  
พนักงานน่ารัก มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ เอาใจใส่ลูกค้าดีไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน

ความแปลกใหม่ :  
แปลกนิดหน่อยตรงที่เอาวาซาบิมากินกับหมู  แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่ายังธรรมดาอยู่

 

Tags: , ,

 
0

เคเอฟซี ปลาปี๊ด

Posted by admin on Jan 21, 2009 in Review, อิ่มแบบประหยัด

วันนี้เดินผ่านร้านเคเอฟซี เห็นโปสเตอร์โฆษณาเมนูใหม่ที่ติดอยู่หน้าร้าน สีสันมันช่างบาดตาเหลือเกินจนต้องหยุดดู ดูแล้วก็คุ้นๆ ว่าเหมือนเคยเห็นโฆษณาทางทีวีมาแล้ว (จำได้ว่าคนที่เป็นพรีเซนเตอร์ใน TVC น่ารักดี อิอิ)

ซึ่งเมนูใหม่ของเคเอฟซีคราวนี้เป็น KFC Snack Menu กินเล่นๆ ราคาเบาๆ ชื่อเมนูว่า “ปลาปี๊ด”


TVC ปลาปี๊ด 

เห็นแล้วก็น้ำลายสอจนอดใจไม่ไหวต้องขอเข้าไปโฉบมาลองชิมซักหน่อยว่ามันจะเปรี้ยวปี๊ด จี๊ดจ๊าดขนาดไหน


KFC Snack Menu


กล่องมันเล็กครับ กลัวจะไม่อิ่มเลยซื้อมา 2 กล่อง (จะลองชิมเฉยๆ ไม่ใช่หรอเรา ไปๆ มาๆ กะเอาอิ่มเลย ฮ่าๆ)



ดูกันใกล้ๆ

ขอบอกเลยครับว่าประทับใจ Package จริงๆ Design ออกมาซะน่ารักเชียว เป็นรูปวาดตัวการ์ตูนแลบลิ้นอยู่บนกล่อง น่าจะดึงดูดใจบรรดาเด็กๆ หนูๆ ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว (เราโตแล้วยังชอบเลย ฮ่าๆ)


รูปบนกล่องทั้ง 4 ด้านครับ น่ารักปนฮาดีครับ^^



โฉมหน้าของเจ้าปลาปี๊ด (1 กล่อง มี 5 ชิ้น น้อยจัง T-T)



สีสันจัดจ้านมากครับ


ปลาคู่ชู้ชื่น

มาว่ากันด้วยเรื่องของรสชาติครับ คำแรกที่กินเข้าไปนี่นึกถึงขนมขบเคี้ยวยี่ห้อนึงเลยครับ(ที่เคยมีสโลแกนว่า “ทำไมถึงเกิดมาไม่เรียบ”) รสชาติคล้ายๆ กันเลย มันจะออกเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ พอชิ้นปลาสัมผัสลิ้นจะได้รสชาติของความเปรี้ยวนำมาก่อนเลย พอกินไปซักพักจะได้รสเผ็ดตามมา กินแล้วมันจี๊ดๆ ติดลิ้นดี สมชื่อปลาปี๊ดดีครับ แต่ก็ไม่ได้จะจัดจ้าน หรือปี๊ดจี๊ดจ๊าดจนถึงขนาดน้ำตาร่วงนะครับ รสชาติกำลังดี

ปลาปี๊ด 1 กล่อง สนนราคา 39 บาท ครับ มีจำนวนสมาชิกอยู่ด้วยกัน 5 ชิ้น ตกชิ้นละเกือบๆ 8 บาทเลยครับ ซึ่งผมว่ามันออกจะน้อยไปซักหน่อยถ้าเทียบระหว่าปริมาณ กับราคา ขนาดของปลาแต่ละชิ้นก็มาแบบน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มเลยครับ (ออกแนวประชดนะนี่)

อีกจุดนึงก็คือเรื่องความเสมอภาคของรสชาติ ซึ่งผมว่ามันเป็นปัญหาของขนมคบเคี้ยวหลายๆ ชนิดในบ้านเราเหมือนกัน (ว่าไปนั่นเลยเรา) เพราะแต่ละชิ้นรสชาติมันไม่เท่ากัน หรือเรียกอีกอย่างว่า แต่ละชชิ้นมันโดนส่วนผสมไม่เท่ากัน บางชิ้นโดนเยอะหน่อย ก็จะรสจัดมากจจนเกือบจะเค็ม บางชิ้นโดนน้อยหน่อยก็จะซีดๆ รสชาติก็จะปี๊ดสู้ชิ้นอื่นไม่ได้ ถ้าทั้งสองฝ่ายนี้มันมาในประมาณที่เฉลี่ยพอๆ กันในกล่อง ก็ดีไปครับ 


เมนูนี้สามารถไปลองลิ้ม ชิมรสชาติจี๊ดๆ แบบไม่ไรสาระ ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552 หรือจนกว่าของจะหมดนะครับ

Rating :

รสชาติ :  
เนื้อปลานุ่มไม่เละ รสชาติพอเหมาะ เปรี้ยวนำ เผ็ดตาม จี๊ดกำลังดี  

บริการ :   -
อันนี้ไม่มีดาวนะครับพราะซื้อกลับาทานที่บ้าน

ความแปลกใหม่ :  
ขอให้คะแนนที่ตัว Package แทนนะครับ ออกแบบได้น่ารัก แปลกตา ขนาดกระทัดรัดเหมาะแก่การพกติดไว้ในกระเป๋า เอาไว้เป็นเครื่องประทังชีวิตในยามที่รถติดๆ ได้ครับ

Copyright © 2010 All rights reserved. Theme by Hungry Today.

Lefthit Lefthit