Posted by admin on Jan 26, 2009 in
News
Chester Grill มีโปรโมชั้นใหม่ “จับคู่…เมนูรัก” เกาะกระแสภาพยนต์แห่งความรัก ที่คู่รักทุกคู่ควรดู “Before Valentine ก่อนรัก…หมุนรอบตัวเรา”
โปรโมชั่นใหม่จาก Chester Grill : Before Valentine จับคู่…เมนูรัก ซื้อ 1 ฟรี 1
พิเศษตั้งแต่วันนี้ เมื่อซื้อเมนูคู่ใดก็ได้ จำนวน 2 ชิ้น ในราคาปกติ (จับคู่อย่างไรก็ได้) จาก 4 สไตล์เมนูคู่รัก
- ฮอทดอก 1 วัน กับ 1 คำ ที่ทำให้ยิ้มแบบไม่เขิน
- ปีกไก่พริกไทยดำ 1 วัน กับ 1 คำ ที่ทำให้รู้ว่าอยู่เพื่อใคร
- สลัดเชสเตอร์ 1 วัน กับ 1 คำ ที่อยากทำในสิ่งที่ไม่เคย
- ข้าวไก่ย่างน้ำตก 1 วัน กับ 1 คำ ที่อยากทำในสิ่งที่ไม่เคย
รับสิทธิพอเศษ สำหรับเป๊ปซี่ 16 ออนซ์ ซื้อ 1 ฟรี 1
โปรโมชั้นเริ่มตั้งแต่วันนี้ - 25 กุมภาพันธ์ 2552 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ร้าน เชสเตอร์ กริลล์ ทุกสาขา
Tags: pomotion , valentine
Posted by admin on Jan 26, 2009 in
Cooking Idea
หลังจากที่ได้ไปทำการ Review โปรโมชั่นใหม่ ดรีมมี่ สตรอเบอรี่ แอนด์ เมอแรง ที่ Swensens มาแล้วก็เกิดติดใจในความหวานของเจ้าเมอแรงเข้าให้ กระนั้นแล้ว Hungrytoday.com เลยลองไปสืบเสาะหาวิธีการทำมาฝากเพื่อนๆ ที่อาจจะหลงไหลในรสชาติเหมือนกัน ได้ลองเอาไปทำอันดูนะครับ
เมอแรง แสนอร่อย
เครื่องปรุง :
ไข่ขาว 4 ฟอง
น้ำตาล 1 ถ้วย
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1 /4 ช้อนชา (หรือน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ)
แป้งสาลีอเนกประสงค์ นิดหน่อย
วานิลลา 1 ช้อนชา
เนยขาว 1 /4 ถ้วย
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรืออัลมอนด์สับหยาย ๆ 1 /4 ถ้วย
วิธีทำ :
1. ตีไข่ขาว และครีมออฟทาร์ทาร์ให้ขึ้นฟู ด้วยความเร็วสูง ค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายทีละ 1 ช้อนโต๊ะ ตีไปเรื่อย ๆ จนขึ้นแข็ง (ถ้าใช้น้ำมะนาว จะต้องตีไข่ขาวให้ขึ้นก่อน แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทีละน้อย จนน้ำตาลหมดจึงเติมน้ำมะนาว)
2. จากนั้นเติมแป้งสาลี วานิลลา พอขึ้นแข็งดี ทาพิมพ์ที่ถาดแบนด้วยเนยขาวบาง ๆ แล้วเอาส่วนผสมไข่ขาวใส่กรวยกระดาษ ใช้หัวบีบหยัก ๆ (ถ้าไม่มีหัวบีบอาจใช้ตัดปลายกรวยเฉย ๆ ก็ได้) บีบส่วนผสมเป็นแท่งยาว 2 - 3 นิ้ว ให้เต็มถาด โดยเว้นระยะห่างพอสมควร โรยถั่วหรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรืออัลมอนด์สับหยาบ ๆ ข้างบน
3. นำเข้าเตาอบไฟ 150 องศาเซลเซียส พอเหลืองอ่อน ๆ ให้หรี่ไฟเหลือ 120 องศาเซลเซียส อบจนกระทั่งส่วนผสมกรอบและแห้ง (ประมาณ 20 นาที) ปิดไฟ แล้วทิ้งขนมไว้ในเตาจนกว่าเตาจะเย็น นำออกจากเตาอบ แล้วเก็บในภาชนะมีฝาปิดสนิท
เคล็ดลับความอร่อย :
เคล็ดลับในการทำเมอแรงให้อร่อยนั้น ก็คือ ต้องใจเย็น ทั้งในการตีไข่ และการอบ เวลาตีไข่กับน้ำมะนาว หรือครีมออฟทาร์ทาร์นั้น ต้องตีด้วยความเร็วสูง แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำตาลลงไปทีละน้อย ตีไปเรื่อย ๆ จนแข็ง และเมื่อนำไปอบตามเวลาที่สูตรกำหนดแล้ว ให้ปิดไฟเตา แต่ “อย่า ” เปิดเตา ต้องทิ้งขนมไว้ในเตาจนกว่าเตาจะเย็น ซึ่งบางทีอาจจะกินเวลานานถึง 3 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น แต่การทิ้งขนมไว้ในเตาอบอย่างนั้นจะทำให้เมอแรงของคุณกรอบและเก็บได้นาน ในบางครั้งอาจจะต้องเปิดเตาอบไฟอ่อนสุด และอบต่อไปเรื่อย ๆ จนแน่ใจว่าเมอแรงแห้งจริง ๆ
ที่มา : http://www.maama.com/column/guzzie/view.php?id=000340
Tags: cooking , ขนม
Posted by admin on Jan 23, 2009 in
Review ,
อิ่มแบบประหยัด
อากาศในบ้านเรากลับมาร้อนเหมือนเดิมอีกแล้วนะครับ (พอหมดหนาวปุ๊ปก็ร้อนตับแล๊บเลย) โดยเฉพาะวันนี้รู้สึกว่าร้อนมากๆ เลยครับ ซึ่งก็คงจะไม่เป็นการดีแน่ๆ ถ้าต้องเดินฝ่ารังสี UV ที่มีอานุภาพการทำลายผิวหนังสูง เพื่อที่จะออกไปกินข้าวกลางวันตอนพักเที่ยง แต่ก็อย่างว่าล่ะครับกองทัพมันต้องเดินด้วยท้องถ้าไม่กินคงไม่มีแรงทำงานแน่ๆ
เลยได้ข้อสรุปจากเพื่อนร่วมงานว่าน่าจะสั่งพิซซ่ามากินกันที่ออฟฟิตจะเป็นการดีกว่า (ให้เด็กส่งพิซซ่ารับกรรมแทน - -’) พอไปเปิดเว็บดูก็ไปเจอกับเมนูใหม่ของ Pizza Hut นั่นคือ “ข้าวอบชีส”
สำหรับข้าวอบชีสนี้มีหน้าให้เลือกถึง 3 อย่างด้วยกัน (หมู, ไก่, ปลา) เลยสั่งมาทั้ง 3 แบบเลยครับ ของที่สั่งมาส่งไวมากครับ เร็วกว่าตอนสั่งพิซซ่าเยอะเลย
Package คล้ายๆ กับขนมเค้กยี่ห้อนึงเลย
สามสหาย
โฉมหน้าที่แท้จริงของ “ข้าวอบชีส”
ข้าวอบชีส สเต็กปลา เลมอนซอส
เลมอนซอสฉ่ำๆ มีชิ้นเลมอนแปะมาด้วย
“ข้าวอบชีส สเต็กปลา เลมอนซอส” อันนี้ซอสจะเยิ้มมากเลยครับ ดูเละๆ เห็นแล้วคิดว่าต้องเลี่ยนแน่ๆ พอลองชิมแล้วปรากฏว่าอร่อยครับ ได้รสชาติเปรี้ยวๆ ของเลมอนดี คำแรกที่กินอาจจะรู้สึกว่าเปรี้ยวนำไปนิด แต่ว่าถือเป็นข้อดีครับเพราะความเปรี้ยวช่วยเพิ่มรสชาติทำให้ข้าวไม่เลี่ยนจนเกินไป อร่อยจนหยุดไม่อยู (หยุดแล้วเดี๋ยวโดนแย่ง ฮ่าๆ)
ช้าวอบชีส สเต็กหมู บราวน์ซอส
หมูเหนียวอ่ะครับกว่าจะตักได้เลยเละไปหน่อย - -’
“ข้าวอบชีส สเต๊กหมู บราวน์ซอส” อันนี้หน้าตาดูดีที่สุดเลยครับ จัดได้สวยงามดี (ดูน่าตักใส่ปากมากๆ มันต้องอร่อยแน่ๆ) แต่ก็สงสัยอยู่นิดนึงครับว่าทำไมมีชีสอยู่บนข้าวแค่ครึ่งเดียวไม่เหมือนในโปสเตอร์ที่อยู่ในเว็บเลย (แบบนี้ใช่ไหมครับที่เรียกว่า “ภาพนี้ใช้เพื่อประกอบการโฆษณา)
จากที่เห็นแล้วน่าตาดูดีตอนแรก พอกินแล้วต้องเปลี่ยนความคิดเลยครับ หมูเหนียวไปนิสสนึงครับ (ผมพยายามใช้ช้อนกับซ่อมพลาสติคที่เค้าให้มา ตัดหมูออกเป็นชิ้นเล็กๆ อยู่นานพอดูเลยครับ) รสชาติก็ธรรมดามากครับไม่มีอะไรโดดเด่นเลย เหมือนกินข้าวกับหมูทอดเฉยๆ แต่ในตัวข้าวจะมีกลิ่นของชีสอยู่เยอะกว่าอีกสองแบบครับ
ข้าวอบชีส ไก่แบล็คเปปเปอร์
เพราะว่ามันเป็นพริกไทยดำใช่ไหมถึงได้ดำอย่างนี้
“ข้าวอบชีสไก่แบล็คเปปเปอร์” อันนี้หน้าตาแปลกๆ ครับ มีไก่ดำๆ 6 ชิ้นเรียงมาเป็นแถว ผมรู้สึกว่าไก่มันออกจะดำไปซักหน่อยครับ แต่ว่าคงไม่ได้ดำเพราะว่าไหม้(เพราะกินแล้วไม่มีกลิ่นไหม้) แต่เป็นเพราะพริกไทยดำครับ
พอลองชิมแล้วก็ได้กลิ่นของพริกไทยชัดมากครับ เพื่อนคนนึงบอกว่ารสชาติเหมือนไก่ทอดกระเทียมพริกไทย แต่ผมว่ารสชาติเหมือนกินข้าวมันไก่ย่างนะ แต่ก็อร่อยดีครับ กินแล้วมันจะได้รสหวานๆ จากข้าวและครีมซอส (เหมือนนางเอกหนังไทยสมัยก่อน) กับรสชาติของไก่ที่นุ่มๆ แต่แฝงความเผ็ดไว้นิดๆ (เหมือนพระเอกในละคร) ต้องกินคู่กันครับรสชาติจะลงตัว
อร่อยคำโตๆ (คำเดียวหมดกล่อง ฮ่าๆ)
ไก่จะหมดก่อนข้าวนะนี่
ในแต่ละแบบรสชาติของข้าวก็จะต่างกันไปนะครับ อย่าง ข้าวที่อยู่กับไก่นี่จะออกหวานๆ มันๆ หน่อย ส่วนข้าวที่อยู่กับหมูนี่เวลากินแล้วจะได้กลิ่นของเครื่องเทศเยอะหน่อยเหมือนตอนกินพิซซ่าเลยครับ แต่ข้าวที่อยู่กับปลานี่จะมีกลิ่นของพริกไทยเด่นขึ้นมาด้วย สำหรับเมนูข้าวอบชีสนี้มีจุดนึงที่สำคัญมากครับ คือต้องกินตอนที่ยังร้อนๆ เลยอย่ารอให้เย็น เพราะพอหมดความร้อนปุ๊ปนี่ข้าวจะแข็ง แล้วก็ร่วนมากครับ หมดความอร่อยทันทีเลย (แต่ตอนกินทั้ง 3 อย่างนี่ไม่ค่อยได้กลิ่นของชีสเท่าที่ควรเลยอ่ะครับ)
หลังจากที่ทำการย้ายที่อยู่จากข้าวที่อยู่ในกล่อง ให้มาอยู่ในท้องของเราพวกเรียบร้อยแล้ว เพื่อนๆ ก็ลงความเห็นกันว่า ในเซ็ทของขอบอบชีสนี้ ที่อร่อยที่สุดเห็นจะเป็น สเต็กปลา เลมอนซอส รองลงมาคือ ไก่แบล็คเปปเปอร์ และที่ไม่ปลื้มที่สุดเลยคือ สเต็กหมู บราวน์ซอส
ค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้ประกอบไปด้วย :
- ข้าวอบชีส สเต็กหมู บราวน์ซอส 109 .-
- ข้าวอบชีส ไก่แบล็คเปปเปอร์ 109 .-
- ข้าวอบชีส สเต็กปลา เลมอนซอส 119 .-
รวมทั้งหมด 337 บาท ครับ อิ่มแบบอร่อยบ้าง ไม่อร่อยบ้าง แต่รอดปลอดภัยจากรังสี UV ไปได้อีก 1 วันครับ
เมนู : ข้าวอบชีส
ร้าน : Pizza Hut
Rating :
รสชาติ (ข้าวอบชีส สเต็กหมู บราวน์ซอส) :
หน้าตาดูดีครับ แต่รสชาติจืดๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น เนื้อหมูก็เหนียว และแข็งไปหน่อย ครับ
รสชาติ (ข้าวอบชีส ไก่แบล็คเปปเปอร์) :
ไก่ดำไปนิด แต่รสชาติดีพอควร ได้ความหวานและเผ็ดคู่กันกำลังดี
รสชาติ (ข้าวอบชีส สเต็กปลา เลมอนซอส) :
ได้รสชาติเปรี้ยวๆ ของมะนาวมาตัดความเลี่ยนของชีส และรสเผ็ดนิดๆ จากพริกไทย กับเนื้อปลาหวานๆ อร่อยบาดใจมาก
บริการ :
อันนี้ขอติเรื่อง Call Center ที่รับ Order นะครับ เพราะเสียงเบามากแล้วก็พูดเร็วเหลือเกิน ไม่รู้จะรีบไปไหน แต่ว่าระบบจัดส่งนี่รวดเร็วทันใจปานสายฟ้าแล๊บเลยครับ
ความแปลกใหม่ :
ความแปลกใหม่นี่ยกนิ้วให้ครับ แปลกดี ข้าวที่เป็นของไทยๆ เอามาผสมกับรสชาติของตะวันตกอย่างชีส ได้ลงตัวดีครับ
Tags: pizza hut
Posted by admin on Jan 22, 2009 in
Review ,
อิ่มแบบประหยัด
ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนขึ้นมาอีกแล้วนะครับ ไปหาอะไรเย็นๆ กินดับร้อนกันดีกว่า จึงได้ตกลงกับผลพรรคผู้รักการกินอีกหนึ่งท่านว่าจะไปกิน ไอศกรีมที่ สเวนเซ่นส์ (Swensens) เพราะช่วงนี้มีโปรโมชั่นประจำเดือนใหม่ออกมาพอดีด้วย เป็นโปรโมชั่น Dreamy Strawberry and Meringue ที่ออกมาเอาใจผู้ที่ชื่นชอบ สตรอเบอรี่
ว่าแล้วก็มิรอช้าออกเดินทางไปยังร้าน Swensens ทันที พอไปถึงที่ร้านก็มองหาเมนูเป้าหมายของเราทันที พอเห็นเมนูแล้วก็ต้องตาโตเพราะโปรโมชั้นของเดือนนี้มีเมนูให้เลือกหลายแบบเลย หน้าตาแต่ละอย่างก็ช่างยั่วยวนชวนให้ลองกินซะเหลือเกิน
มีให้เลือกถึง 5 แบบเลย
ชุดเล็กราคาย่อมเยาว์
น่ากินทุกอันเลย
สุดท้ายก็ตกลงปลงใจที่แบบที่ 2 คือ Strawberry Fantasy เป็นไอศกรีม 2 ลูกใหญ่ พร้อมสตรอเบอรี่ กล้วยหอม และเมอแรง ส่วนไอศกรีม 2 ลูกก็สั่งเป็น ช๊อคโกแลต ชิพ กับ ร๊อคแอนด์ฮาร์ท
มาแล้วครับ สตรอเบอรี่สีแดงแป๊ดด เด่นมาแต่ไกลเลยครับ
อันนี้เป็นของพลพรรคคนรักการกินที่ไปด้วยกันครับ เป็น “มิลเลี่ยนแนร์ ช็อคโกแลต”
ขอดูหน้าตานางเอกของเราให้ชัดๆ หน่อยซิ
เธอเห็นสตรอเบอรี่นั่นไหมมม ^^
ลองซักคำแล้วจะติดใจนะครับ
ขอบอกเลยครับว่าเมนูนี้ต้องเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ที่ชื่นชอบสตรอเบอรี่แน่นอนเลยครับ เพราะใส่มาแบบเต็มๆ มีสตรอเบอรี่เยอะมากครับ และที่สำคัญคือมันสดมากครับ หวานอมเปรี้ยว เคี้ยวแล้วกรอบๆ ไม่เละ กินกันเพลินเลยครับ
ส่วนเมอแรงนี้จะมีรสหวานอย่างเดียว ต้องจิ้มกินคู่กับวิปครีม โดยส่วนตัวแล้วผมว่ามันช่วยทำให้รสชาติของวิปครีมอร่อยมากขึ้นกว่าเดิมอีกเยอะเลยครับ จะได้รสชาติที่หวานมัน ใส่เข้าปากแล้วละลายไปเลย แต่ขอแนะนำให้กินเมอแรงก่อนนะครับ ต้องกินตอนที่มันยังกรอบๆ อยู่ อย่าทิ้งไว้กับไอศกรีมนาน เพราะมันจะนิ่มแล้วก็เละไปเลยครับ (ของผมมีอันนึงเละจนปนไปกับไอศกรีมเลย กะว่าจะเก็บเอาไว้กินทีหลังซะหน่อย T-T) พอกินไปเรื่อยๆ จะเจอแยมสตรอเบอรี่อยู่ก้นถ้วยมีเนื้อสตรอเบอรี่อยู่ในแยมด้วย (งานนี้เจอแต่สตรอเบอรี่จนหายอยากเลยครับ)
กินแล้วจะมีความสุขแบบนี้ครับ ^^
อันนี้เค้าเรียกว่า “เมอแรง”
เกร็ดความรู้ : เมอแรง
เมอแรงค์ เป็นขนมฝรั่งเศสชนิดหนึ่ง ทำจากไข่ขาวที่ตีกับน้ำตาลป่นจนขึ้นฟู และเติมตัวช่วยขึ้นรูปเช่น ครีม ออฟ ทาร์ทาร์ และแป้งข้าวโพด ในบางสูตร บ่อยครั้งมีการเติมกลิ่นวานิลลา อัลมอนด์ และมะพร้าว ลงไปด้วย มีลักษณะคือเบาฟูและหวานอย่างมาก
(เพื่อนๆ ที่อยากลองทำ เมอแรง ด้วยฝีมือตัวเอง ลองไปดูสูตรการทำได้ที่ เมอแรงแสนอร่อย เลยครับ ไม่ยากครับลองไปทำดูกัน)
ที่มา : วิกิพิเดีย
โดยรวมแล้วผมว่ารสชาติลงตัวเลยครับ ได้ทั้งเปรี้ยว หวาน มัน (ขาดเค็ม กับเผ็ด แฮะ เหอๆ) แต่แอบรู้สึกเล็กๆ นะครับว่าน่าจะไม่เหมาะกับการกินคู่กับไอศกรีมที่มีรสชาติเปรี้ยวอยู่ในตัวอยู่แล้ว เพราะอาจจะทำให้มันเปรี้ยวนำจนเกินไปซักหน่อย
หายวับไปในพริบตา
แก้วน้ำนี่เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของ Swensens เลยครับ
ค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้ประกอบไปด้วย :
- Strawberry Fantasy 69 .-
- Millionnair Chocolate 99.-
- Golden Sundae (Free)
รวมทั้งหมด 168 บาท ใช้บัตร Swensens Card ลดไป 10% รวมแล้วจ่ายไป 161 บาทครับ
เมนู : Dreamy Strawberry and Meringue แบบที่ 2 Strawberry Fantasy
ร้าน : Swensens
Rating :
รสชาติ :
สตรอเบอรี่สดๆ หวานกรอบ อมเปรี้ยวนิดๆ กินคู้กับเมอแรงและวิปครีม เข้ากันดีกับรสชาติและความเย็นของไอศกรีม อร่อยจนไม่อยากวางช้อนเลย^^
บริการ :
พนักงานดูรีบๆ ลนๆ ไปหน่อย ไม่ค่อยยิ้มแย้มเท่าที่ควร (อาจจะเพราะลูกค้าเยอะ)
ความแปลกใหม่ :
โปรโมชั่นนี้ถือว่าธรรมดาครับ สตรอเบอรี่ก็เป็นผลไม้ตามฤดูกาลอยู่แล้ว ไม่มีอะไรแปลกใหม่เท่าไหร่ครับ
Tags: icecream , swensens
Posted by admin on Jan 22, 2009 in
Review ,
อิ่มแบบประหยัด
ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้ Hungrytoday ขอพาไปชิมอาหารญี่ปุ่นราคาประหยัด จากร้านที่หลายคนคงจะรู้จักกันดีจากสโลแกนที่ว่า “เสริฟร้อน อร่อยเร็ว”
ใช่แล้วครับมันคือ ร้านยาโยอิ (Yayoi ) นั่นเอง ซึ่งเมนูที่จะนำมาแนะนำในวันนี้เป็นเมนูขึ้นชื่อของร้านเลยทีเดียว เรียกได้ว่าถ้าใครไม่เคยสั่งเมนูพวกนี้ก็ไม่ใช่คนที่เคยกินอาหารในร้านยาโยอิมาก่อนอย่างแน่นอน(เว่อร์อีกล่ะ - -‘)
รายการเมนูแนะนำของร้าน
และจุดหมายที่เราจะเดินทางไปนั่นก็คือ ร้านยาโยอิ สาขา เดอะมอล์บางกะปิ ครับ ตอนที่จะเข้าไปกินนี่ก็เป็นเวลาดีประมาณ สามทุ่มกว่าๆ (จะไปช่วยเค้าเก็บร้านกันหรือไงเนี่ย -*-) ก็เกร็งๆ อยู่เหมือนกันว่าพนักงานเค้าจะหงุดหงิดไหมที่เรามากินตอนร้านใกล้จะปิดหรือเปล่า (ซึ่งบางที่เป็นครับ) แต่ผิดคาดครับ พนักงานยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส มารับ order ด้วยรอยยิ้มพริมใจเหมือนเดิม
ตอนนที่ไปชิมนี่ยกโขยงไปกันถึง 4 คน สั่งกันคนละอย่าง เลยได้ชิมถึง 4 เมนูครับ แต่เป้าหมายหลักของเราจริงๆ ในวันนี้คือเจ้าเมนูที่ชื่อว่า “ข้าวหน้าหมูยากิบูตะ” หรือว่า “ชาชูด้ง” ครับ สั่งอาหารไปได้แป๊ปเดียวอาหารที่สั่งไปก็เดินทางมาถึงโต๊ะ มาเร็วมากครับ ตามสโลแกนของร้านเลยครับ “เสริฟร้อนอร่อยเร็ว” (เร็วจนจัดที่ทางในการถ่ายรูปไม่ทันเลย ฮ่าๆ)
ออเดิร์ฟของพวกเรา “ยำสาหร่าย” กับขนมแสนอร่อย “พิซซ่าญี่ปุ่น”
ชุดไก่ต้มซีอิ๊ว
สำหรับชุดไก่ต้มซีอิ๊วนี้เวลากินจะได้ความหอม และรสชาติเค็มๆ ชองซีอิ๊วไปด้วย (ก็มันเป็นไก่ต้มซีอิ๊วนี่หน่า) แต่ถ้ากินกับข้าวสวยที่ให้มาในชุด รสชาติก็จะเบาลงครับ ไม่เค็มมาก (เอาน้ำมาราดข้าวกินเฉยๆ ก็อร่อยดี ทำให้นึกถึงชีวิตรันทดในวัยเด็กที่ต้องกินข้าวคลุกน้ำปลา T-T)
เจ้าไก่ต้มซีอิ๊วนี่มข้อเสียอยู่อย่างนึงครับ คือค่อนข้างจะมันมากๆ น้ำมันลอยเป็นวงๆ เลย กินไปกินมาจะออกอาการเลี่ยนครับ (เพื่อนผมต้องเอาชิ้นไก่วางบนผักให้สะเด็ดน้ำมันก่อน - -’)
ชุดไก่ทอดราดซอสนัมบัง
จานต่อมาคือ ไก่ทอดราดซอสนัมบัง นี่ก็เป็นอีกเมนูนึงครับที่ได้รับความนิยมพอสมควร ไก่ชิ้นโตๆ ชุบแป้งทอดกรอบๆ กำลังดี ราดด้วยซอสหวานๆ เค็มๆ (อีกแล้ว - -’) อร่อยจนอยากจะอุทานเป็นภาษาไก่ กระต๊าก กระต๊ากก~~
ชุดหมูย่างกะทะร้อน
โดยส่วนตัวแล้วเป็นเมนูที่สั่งมากินบ่อยที่สุดเลยครับสำหรับ หมูย่างกะทะร้อน (เพราะราคาจะถูกกว่าอย่างอื่นเล้กน้อย) พอกินเมนูนี้หลายๆ ครั้งเข้าเริ่มรู้สึกว่ารสชาติมันออกจะเหมือนหมูหวานแหะ หวานๆ เค็มๆ แต่อร่อยถูกใจจ๊อดดด! จริงๆ ^^
แล้วก็มาถึงจุดหมายที่เรารอคอยครับ มาเป็นชุดสุดท้ายเลย (เหมือนพระเอกหนังไทยที่ชอบโพล่มาช่วยนางเอกเป็นคนสุดท้าย ) ใส่กล่องปิดฝามาอย่างดี ดูลึกลับน่าค้นหา นี่ถ้ามีพวกรหัสลับให้ไขปริศนาก่อนจะเปิดกินได้ คงแปลกดีพิลึก แหะๆ (ออกทะเลอีกแล้วเรา - -’)
กล่องสมบัติรึเปล่าเนี่ย
มันคือเป้าหมายของเรานั่นเอง “ข้าวหน้าหมูยากิบูตะ”
น่ากินจริงๆ *o*
มาเป็นแผ่นๆ เลย (คงจะเรียกว่าชิ้นไม่ได้ เพราะใหญ่มาก)
รูปร่างหน้าตาเมื่อแรกพบนี่ใช้ได้เลยทีเดียวครับ จัดมาอย่างสวยงามน่ากินมากๆ มีวาซาบิก้อนเล็กๆ แอบอยู่มุมกล่อง 1 ก้อน หมูก็แผ่นใหญ่มากๆ แปะมาบนข้าว เห็นแล้วทำให้น้ำย่อยในกระเพาะเริ่มทำงานทันที พอได้สัมผัสรสชาติแล้วก็อยากจะตะโกนดังๆ ว่า โออิชิ! (โออิชิ แปลว่า อร่อย) แต่นึกขึ้นได้ว่าคนละร้านกัน เด๋วจะโดนพนักงานไล่ออกจากร้านเอา
สำหรับเนื้อหมูนี่นุ่มมากครับ ไม่เหนียวเคี้ยวสบายไม่เมื่อยกราม^^ ส่วนน้ำซอสนี่รสชาติเหมือนเดิม เค็มๆ หวานๆ แต่ว่าเข้ากันดีกับเนื้อหมูและสาหร่ายที่โรยมาบนข้าว แต่ความอร่อยยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะเราได้ค้นพบพระเอกตัวจริงของเรื่องนี้แล้ว นั่นคือ “เจ้าวาซาบิที่แอบอยู่มุมกล่องนั่นเอง”
นี่ไงตัวการความอร่อย^^
สำหรับใครที่ไม่ชอบวาซาบินี่ขอแนะนำนะครับว่ายังไงก็ต้องลอง ใส่น้อยๆ แต่พองามก็ได้ครับ ส่วนใครที่ชอบอยู่แล้วนี่แนะนำให้ละเลงให้ทั่วเลยครับ เพราะเมื่อกินทุกอย่างพร้อมๆ กันแล้วเป็นรสชาติที่อร่อยเหาะจนต้องบอกต่อเลย รสเผ็ดแบบจี๊ดๆ ซ่าๆ ของวาซาบิจะไปช่วยตัดความเลี่ยนของซอสได้ดีเลยครับ บวกกับรสชาติของสาหร่ายและเนื้อหมูแล้ว วางตะเกียบไม่ลงเลย อร่อยหมดจนข้าวเม็ดสุดท้าย (อะไรจะขนาดน๊านนน)
เกร็ดความรู้ : วาซาบิ
วาซาบิ (「ワサビ」, wasabi, ワサビ?) เป็นเครื่องปรุงที่ทำมาจากการบดลำต้นของพืช Canola (Japanese horseradish) จัดเป็นไม้ยืนต้นที่อยู่ในตระกูลเดียวกับพวกบรอกโคลีและกะหล่ำ เป็นสมุนไพรดั้งเดิมของญี่ปุ่น เมื่อบดแล้วมีกลิ่นที่ฉุนรุนแรง ถ้ารับประทานจะให้ความรู้สึกแสบร้อนขึ้นจมูกในระยะสั้นๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นความกลมกล่อม ทั้งหวานและขมผสมกันไป
คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจกันว่าวาซาบิสามารถช่วยให้หายใจโล่งขึ้น หรือบรรเทาอาการหวัด เนื่องจากเวลารับประทานวาซาบิแล้วจะรู้สึกฉุนและเผ็ดร้อนขึ้นจมูก แต่มีผลการทดลองของนักวิจัยชาวสหรัฐอเมริกาค้นพบว่า วาซาบิแทนที่จะช่วยให้การหายใจดีขึ้น กลับอาจทำให้การหายใจที่ติดขัดอยู่แล้วนั้นแย่ลง
สรรพคุณทางยาของวาซาบิจริงๆ นั้นนอกจากจะช่วยดับกลิ่นคาวแล้วยังช่วย กำจัดพยาธิที่อาศัยอยู่ในปลาได้ เมื่อผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารของมนุษย์, มีฤทธิ์ต่อต้านสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งของกระเพาะอาหาร, ป้องกันฟันผุ ในอนาคตอาจนำไปประยุกต์เป็นส่วนผสมในยาสีฟัน เป็นต้น
ที่มา : วิกิพิเดีย
ค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้ประกอบไปด้วย :
- ชุดข้าวหน้าหมูยากิบูตะ 1 ชุด
- ชุดไก่ต้มซีอิ๊ว 1 ชุด
- ชุดหมูย่างกะทะร้อน 1 ชุด
- ชุดไก่ทอดราดซอสนัมบัง 1 ชุด
- ยำสาหร่าย 1 ถ้วย
- พิซซ่าญี่ปุ่น 1 ถาด
- ชาเขียวเย็น 4 แก้ว (Refill)
รวมเบ็ดเสร็จแล้ว 659 บาท ครับ หาร 4 แล้วตกคนละ 160 กว่าบาท ราคาเบาๆ แต่มื้อนี้อิ่มข้ามวันกันเลยทีเดียว
เมนู : ข้าวหน้ามูยากิบูตะ
ร้าน : ยาโยอิ(Yayoi) The Mall บางกะปิ
Rating :
รสชาติ :
เนื้อหมุกับสาหร่าย และซอส เข้ากันได้อย่างดี บวกกับวาซาบิที่มาช่วยตัดความเลี่ยน ช่วยเพิ่มรสชาติให้เมนูนี้ได้อย่างดีทีเดียว
บริการ :
พนักงานน่ารัก มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ เอาใจใส่ลูกค้าดีไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน
ความแปลกใหม่ :
แปลกนิดหน่อยตรงที่เอาวาซาบิมากินกับหมู แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่ายังธรรมดาอยู่
Tags: dessert , food , japan
Posted by admin on Jan 21, 2009 in
News
มิสเตอร์ โดนัท มีกิจกรรมสนุกสำหรับน้อง ๆ อายุไม่เกิน 12 ปี ที่ชอบทานโดนัทที่ร้านมิสเตอร์ โดนัท เพียงแค่น้อง ๆ ถ่ายรูปคู่กับโดนัทสีสันสดใสแสนอร่อยและการโพสต์ท่าสุดเจ๋งตามสไตล์ของน้อง ๆ สามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ – 14 กุมภาพันธ์ 2552
กติกาการร่วมสนุก :
1. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าร่วมกิจกรรมต้องเป็นภาพถ่ายของน้อง ๆ อายุไม่เกิน 12 ปี โดยถ่ายภาพร่วมกับ โดนัทของมิสเตอร์ โดนัท ภายใต้หัวข้อง “ Happy Moment with Mister Donut ” พร้อมแปะภาพลงบนกระดาษ A4 ตกแต่งสวยงามและเขียนคำบรรยายใต้ภาพความยาวไม่เกิน 5 บรรทัด
2. ส่งไปรษณีย์มาที่ฝ่ายการตลาด มิสเตอร์ โดนัท เลขที่ 306 เซ็นทรัลสีลมทาวเวอร์ ชั้น 8 ถ.สีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพ 10500 หรือ E-Mail : misterdonut@crg.co.th
3. ประกาศผลภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ www.misterdonut.co.th
4. ขอสงวนสิทธิ์ภาพถ่ายทั้งหมดที่เข้าร่วมกิจกรรม ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด
5. คำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นสิทธิ์ขาดและสิ้นสุด ณ วันตัดสิน
รางวัลจากมิสเตอร์ โดนัท :
รางวัลชนะเลิศ - ทุนการศึกษา 10,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 - ทุนการศึกษา 8,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
รางวัลขวัญใจประจำภาค - ทุนการศึกษา 3,000 บาท จำนวน 6 รางวัล
รางวัล popular vote - บัตรของขวัญ มูลค่า 500 บาท จำนวน 50 รางวัล
รางวัลชมเชย - Mister Donut Buddy Bag มูลค่า 350 บาท จำนวน 200 รางวัล
สอบถามข้อมูลเพิ่มโทร : 02-6357930
Posted by admin on Jan 21, 2009 in
Review ,
อิ่มแบบประหยัด
วันนี้เดินผ่านร้านเคเอฟซี เห็นโปสเตอร์โฆษณาเมนูใหม่ที่ติดอยู่หน้าร้าน สีสันมันช่างบาดตาเหลือเกินจนต้องหยุดดู ดูแล้วก็คุ้นๆ ว่าเหมือนเคยเห็นโฆษณาทางทีวีมาแล้ว (จำได้ว่าคนที่เป็นพรีเซนเตอร์ใน TVC น่ารักดี อิอิ)
ซึ่งเมนูใหม่ของเคเอฟซีคราวนี้เป็น KFC Snack Menu กินเล่นๆ ราคาเบาๆ ชื่อเมนูว่า “ปลาปี๊ด”
TVC ปลาปี๊ด
เห็นแล้วก็น้ำลายสอจนอดใจไม่ไหวต้องขอเข้าไปโฉบมาลองชิมซักหน่อยว่ามันจะเปรี้ยวปี๊ด จี๊ดจ๊าดขนาดไหน
KFC Snack Menu
กล่องมันเล็กครับ กลัวจะไม่อิ่มเลยซื้อมา 2 กล่อง (จะลองชิมเฉยๆ ไม่ใช่หรอเรา ไปๆ มาๆ กะเอาอิ่มเลย ฮ่าๆ)
ดูกันใกล้ๆ
ขอบอกเลยครับว่าประทับใจ Package จริงๆ Design ออกมาซะน่ารักเชียว เป็นรูปวาดตัวการ์ตูนแลบลิ้นอยู่บนกล่อง น่าจะดึงดูดใจบรรดาเด็กๆ หนูๆ ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว (เราโตแล้วยังชอบเลย ฮ่าๆ)
รูปบนกล่องทั้ง 4 ด้านครับ น่ารักปนฮาดีครับ^^
โฉมหน้าของเจ้าปลาปี๊ด (1 กล่อง มี 5 ชิ้น น้อยจัง T-T)
สีสันจัดจ้านมากครับ
ปลาคู่ชู้ชื่น
มาว่ากันด้วยเรื่องของรสชาติครับ คำแรกที่กินเข้าไปนี่นึกถึงขนมขบเคี้ยวยี่ห้อนึงเลยครับ(ที่เคยมีสโลแกนว่า “ทำไมถึงเกิดมาไม่เรียบ”) รสชาติคล้ายๆ กันเลย มันจะออกเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ พอชิ้นปลาสัมผัสลิ้นจะได้รสชาติของความเปรี้ยวนำมาก่อนเลย พอกินไปซักพักจะได้รสเผ็ดตามมา กินแล้วมันจี๊ดๆ ติดลิ้นดี สมชื่อปลาปี๊ดดีครับ แต่ก็ไม่ได้จะจัดจ้าน หรือปี๊ดจี๊ดจ๊าดจนถึงขนาดน้ำตาร่วงนะครับ รสชาติกำลังดี
ปลาปี๊ด 1 กล่อง สนนราคา 39 บาท ครับ มีจำนวนสมาชิกอยู่ด้วยกัน 5 ชิ้น ตกชิ้นละเกือบๆ 8 บาทเลยครับ ซึ่งผมว่ามันออกจะน้อยไปซักหน่อยถ้าเทียบระหว่าปริมาณ กับราคา ขนาดของปลาแต่ละชิ้นก็มาแบบน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มเลยครับ (ออกแนวประชดนะนี่)
อีกจุดนึงก็คือเรื่องความเสมอภาคของรสชาติ ซึ่งผมว่ามันเป็นปัญหาของขนมคบเคี้ยวหลายๆ ชนิดในบ้านเราเหมือนกัน (ว่าไปนั่นเลยเรา) เพราะแต่ละชิ้นรสชาติมันไม่เท่ากัน หรือเรียกอีกอย่างว่า แต่ละชชิ้นมันโดนส่วนผสมไม่เท่ากัน บางชิ้นโดนเยอะหน่อย ก็จะรสจัดมากจจนเกือบจะเค็ม บางชิ้นโดนน้อยหน่อยก็จะซีดๆ รสชาติก็จะปี๊ดสู้ชิ้นอื่นไม่ได้ ถ้าทั้งสองฝ่ายนี้มันมาในประมาณที่เฉลี่ยพอๆ กันในกล่อง ก็ดีไปครับ
เมนูนี้สามารถไปลองลิ้ม ชิมรสชาติจี๊ดๆ แบบไม่ไรสาระ ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552 หรือจนกว่าของจะหมดนะครับ
Rating :
รสชาติ :
เนื้อปลานุ่มไม่เละ รสชาติพอเหมาะ เปรี้ยวนำ เผ็ดตาม จี๊ดกำลังดี
บริการ : -
อันนี้ไม่มีดาวนะครับพราะซื้อกลับาทานที่บ้าน
ความแปลกใหม่ :
ขอให้คะแนนที่ตัว Package แทนนะครับ ออกแบบได้น่ารัก แปลกตา ขนาดกระทัดรัดเหมาะแก่การพกติดไว้ในกระเป๋า เอาไว้เป็นเครื่องประทังชีวิตในยามที่รถติดๆ ได้ครับ
Posted by admin on Jan 19, 2009 in
Review ,
อิ่มแบบมาตรฐาน
เมื่อวันก่อนได้เห็นโฆษณาทางทีวีของ The Pizza Company ว่ามีเมนูใหม่ออกมาคือ “พิซซ่าขอบ ดับเบิ้ล เบคอนชีส” กับสโลแกนที่ว่า “ขอบใหม่ เบคอนร้อนๆ กับมอสซาเรล่าชีส หอมกรุ่นเต็มขอบ อร่อยสุดขอบได้แล้ววันนี้”
จึงไม่รอช้า รีบตรงดิ่งเพื่อไปลองลิ้มชิมรสของใหม่กันซะหน่อย จุดหมายปลายทางที่จะมุ่งหน้าไปคือ The Pizza Company สาขา Big C สะพานควาย พร้อมพลพรรคผู้รักการกิน จำนวน 3 คน
เมนูที่สั่งมาลองกินกันคือ ชุดดับเบิ้ลเบคอนชีส 1 ในชุดนี้จะประกอบไปด้วย พิซซ่าขอบดับเบิ้ลเบคอนชีส ถาดกลาง + ปีกไก่บาร์บีคิว 6 ชิ้น + ขนมปังกระเทียม
“ชุดดับเบิ้ลเบคอนชีส 1″
แต่จากการประมาณอาหารที่อยู่ในชุดด้วยสายตาแล้ว คาดว่าคงจะไม่พออิ่มแน่ๆ เลยสั่ง หอมทอดเพิ่มมาอีก 1 อย่างรอไปรอมาซักพัก อาหารก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้า
“ขนมปังกระเทียมมาก่อนเพื่อนเลย ตามมาติดๆ ด้วยหอมทอด”
“ปีกไก่บาร์บีคิวแสนอร่อย ถูกจัดมาอย่างสวยงามในจานใบน้อย”
“แล้วของที่เรารอคอยก็มาถึง พิซซ่าขอบ ดับเบิ้ล เบคอนชีส หน้า ซีฟู๊ต เสริฟมาพร้อมกับ ชีสซอสหอมๆ”
“อีกมุมหนึ่ง”
“เสริฟคู่กับชีสซอส”
“พระเอกของงานนี้ เบคอนสองชั้น”
“ ดูกันให้ชัดๆ“
“ทั้งเบคอน ทั้งชีส มาแบบเต็มๆ”
ต้องขอบอกเลยว่าเมนูนี้เหมาะกับคนที่ไม่กลัวความอ้วนจริงๆ เพราะมาเต็มๆ ทั้งชีส และ เบคอน ส่วนเรื่องรสชาตินี่อร่อยดีครับ โดยเฉพาะ “ขอบเบคอนนี่อร่อยเข้าใส้จริงๆ พอกัดไปเจอ เบคอน 2 ชั้น ที่มาคู่กัน 2 ชิ้น แล้วก็มีกลิ่นหอมๆ ของ “มอสซาเรล่าชีส” ที่อยู่ด้วยกันในขอบ พอกินทุกอย่างรวมกันแล้ว รสชาติมันรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเลยครับ หอมๆ เค็มๆ มันๆ อร่อยล้ำสุดขอบเลย” (เวอร์ไปไหมเนี่ยเรา) และรสชาติของขอบก็เข้ากันได้ดีกับหน้าซีฟู๊ตที่สั่งมาด้วยครับ เพราะความเค็มเล็กๆ ที่อยู่ในตัวของเบคอน มันจะช่วยลดความเลี่ยนของหน้าซีฟู๊ตได้
เกร็ดควมรู้ :
Mozzarella แบบต้นตำรับจัดอยู่ในประเภท Fresh Cheese คือไม่ได้ผ่านการบ่ม Cured หรือ หมักในน้ำเกลือ (Brine) มีรสอ่อน แต่มีกลิ่นหอมของนมอ่อนๆ เป็นเอกลักษณ์ แต่ส่วนใหญ่ที่มีขายกันในปัจจุบันจะเป็นแบบที่ผ่านการบ่ม แต่จะบ่มสั้น ๆ ไม่กี่วัน เพราะกลิ่นจะหอมกว่าแบบไม่บ่ม
แต่ก็ติดอยู่นิดนึงครับ ตรงที่รู้สึกว่าจะเลี่ยนไปซักหน่อยเมื่อจิ้มกับชีสซอสที่มาคู่กัน ขอแนะนำว่าอย่าจิ้มชีสซอสเยอะนะครับ เพราะจะเลี่ยนมาก แต่ถ้าใครชอบกินชีสนี่คงไม่มีปัญหา และถ้าซอสหมดสามารถขอเพิ่มได้ครับ คิดเงินเพิ่มราคาถ้วยละ 10 บาท
“ถ้วยเดียวไม่พอต้องขอ 2″
“จุ่มชีสแล้วใส่ปาก อร่อยสุดขอบ”
“ของอร่อยเก็บไว้กินท้ายสุดครับ (ไม่ได้เหลือนะ ฮ่าๆ)”
เบ็ดเสร็จแล้วค่าเสียหายของมื้อนี้ประกอบไปด้วย พิซซ่าขอบดับเบิ้ลเบคอนชีส ถาดกลาง + ปีกไก่บาร์บีคิว 6 ชิ้น + ขนมปังกระเทียม
เพิ่ม : หอมทอด, ชีสซอส, น้ำ 2 ขวด รวมแล้วจ่ายไป 504 บาท ครับ อิ่มท้อง สบายกระเปา
เมนูนี้สามารถไปลองลิ้มชิมรสกันได้ที่ The Pizza Company ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ จนถึงสิ้นเดือนนี้นะครับ
ข้อมูลทางโภชนาการ :
พิซซ่าหน้าซีฟู๊ด 1 ถาด ให้พลังงานประมาณ 234 กิโลแคลอรี
“ถ้าต้องการให้ร่างกายเผาพลาญพลังงานทั้งหมดจะต้องวิ่งจ๊อกกิ้ง รอบสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานประมาณ 12 รอบ จะสามารถเผาผลาญพลังงานได้ 300 กิโลแคลอรี่”
Rating :
รสชาติ :
ขอบเบคอนหอมมัน เข้ากันดีกับหน้าพิซซ่า แต่ออกจะเลี่ยนไปหน่อยเมื่อกินคู่กับชีสซอส
บริการ :
พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส คอยเดินมาถามสารทุกข์สุกดิบกับลูกค้าอยู่เป็นระยะว่า ของที่สั่งครบไหม ต้องการอะไรเพิ่มไหม พิซซ่าอร่อยไหม ดูมีมิตรไมตรีกับลูกค้าดี
ความแปลกใหม่ :
ยังไม่ค่อยมีความแปลกใหม่เท่าไหร่ แค่เปลี่ยนของที่อยู่ข้างในขอบเฉยๆ เมื่อเทียบกับเมนู “Volcano Pizza” ที่เคยทำออหมาก่อนหน้านี้ (พิซซ่าที่มีถ้วยขนมปังใส่ซอสวางอยู่กลางถาด)
Posted by admin on Jan 16, 2009 in
News
”พิซซ่าฮัท” เปิดเมนูใหม่ชูนกกระจอกเทศยั่วนักชิม
พิซซ่าฮัท เตรียมเปิดศักราช 2552 ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำนวัตกรรมอาหารตัวจริง พร้อมชูกลยุทธ์การตลาด ดันยอดขายควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนตลาด พร้อมเปิดเมนูใหม่ ได้แก่ พิซซ่านกกระจอกเทศ (Ostrich), พิซซ่า สตัฟ (Pizza Stuff) , พิซซ่าข้าว (Rice Pizza) และ ชริมพ์ การ์ลิค ครีมมี่ (Shrimp Garlic Creamy)
ดังนั้น ไตรมาสแรกของปี 2552 Pizza Hut จึงเปิดตลาดด้วย ชีสซี่ ชริมพ์ ซอสเซจ ไบท์ โดดเด่นด้วยไส้กรอกกุ้ง เนื้อแน่น สอดไส้ด้วยเชดด้า ชีส หอมกลมกล่อม นำกลิ่นอายของทะเลมาอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จมาจากนวัตกรรมพิซซ่า ที่ผ่านมาได้แก่ ชีสซี่ ซอสเซจ ไบท์ (Cheesy Sausage Bite) และ ชีสซี่ ไบท์ ฟองดู พิซซ่า (Cheesy Bite Fondue Pizza) ทั้งนี้ Pizza Hut ได้ตั้งเป้ายอดขายในการเปิดตลาดเมนูใหม่ไว้ประมาณ 15%
นอกจากนั้น ยังมีนวัตกรรมพิซซ่าในกลุ่มต่าง ๆ มาโชว์เพื่อสร้างสีสัน พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมอาหารอย่างแท้จริง สำหรับนวัตกรรมท็อปปิ้งใหม่ ๆ (Topping) ได้นำเสนอพิซซ่าหน้าเนื้อนกกระจอกเทศ (Ostrich) ตามมาด้วยนวัตกรรมในรูปแบบพิซซ่า (Form) ซึ่งได้แก่ พิซซ่า สตัฟ (Pizza Stuff) สอดไส้พร้อมอัดแน่นไปด้วย Topping สูตรดั้งเดิม และ นวัตกรรมแป้งพิซซ่า (Dough) ใช้ข้าวแทนแป้งพิซซ่าตามปกติ (Rice Pizza)
ทั้งนี้ นอกจากการนำเสนอนวัตกรรมพิซซ่าที่หลากหลาย พิซซ่า ฮัท มีเป้าหมายในการนำเสนอเมนูที่หลากหลายนอกเหนือจากพิซซ่า เพื่อเพิ่มความถี่ของการเข้าร้านและสั่งพิซซ่า ฮัท ดิลิเวอรี่
นอกจากนี้พิซซ่าฮัท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยัม แบรนด์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ดำเนินกิจการร้านพิซซ่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีร้านพิซซ่าและศูนย์บริการส่งอาหารถึงบ้านรวมกว่า 7,500 แห่ง ในสหรัฐอเมริกา และ 4,500 แห่งในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก ปัจจุบัน พิซซ่าฮัท มีสาขา 87 แห่งในกรุงเทพฯ และจังหวัดหลักๆ ทั่วประเทศ โดยมุ่งมั่นให้บริการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สด สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐานสูงสุดระดับโลกให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังได้รับการตรวจรับรอง Clean Food Good Taste (อาหารสะอาด รสชาติอร่อย) และ Food Safety (อาหารปลอดภัย) จากกระทรวงสาธารณสุข
ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
Tags: pizza